เกือบ 5 ทศวรรษที่มีคำทำนายออกมาว่าดาวฤกษ์ความร้อนสูงที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็ว จะปล่อยแสงชนิดโพลาไรซ์ออกมา จนมาบัดนี้ได้มีการตรวจพบแสงชนิดที่ว่านี้จริงๆ ซึ่งเป็นไปตามคำทำนายทุกประการ ผลงานการค้นพบครั้งนี้ ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร journalNature Astronomy 

สุพรหมัณยัน จันทรเศขร (Subrahmanyan Chandrasekhar) นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ค.ศ. 1983 ได้คำนวนและทำนายเอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ.1946 ว่า ดาวฤกษ์ที่หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงจัด สามารถเปล่งแสงชนิดโพลาไรซ์ออกมา (แสงจากดาวฤกษ์ปกติเป็นแสงไม่โพลาไรซ์ หมายถึงเวกเตอร์ทางแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถเกิดขึ้นได้หลายแกน ต่างจากแสงแบบโพลาไรซ์ซึ่งเวกเตอร์ของระนาบสนามไฟฟ้าจะมีเพียงแกนเดียว)

การพิสูจน์คำทำนายเริ่มขึ้นในปี 1968 โดยนักดาราศาสตร์ 2 ท่านจากหอดูดาวเพอร์คินส์ คือ เจ แพาทริส์ แฮริงตัน (J. Patrick Harrington)  และ จอร์จ ดับเลิลยู คอลินส์ที่สอง (George W. Collins II) ได้อาศัยงานของจันทรเศขรเพื่อสร้างโมเดลจากคำอธิบายของจันทรเศขรในการค้นหาดาวที่มีลักษณะตามที่ว่านี้และหลังจากผ่านไปหลายปี การค้นพบดาวที่ทีลักษณะแบบนี้ก็ประสบผลสำเร็จ โดยดอกเตอร์ เดเนียล คอททอล (Daniel Cotton) นักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัย นิวเซาท์เวล

ดาวดวงที่ว่านี้คือ ดาวหัวใจสิงห์ (Regulus) ดาวที่สว่างที่สุดอยู่ห่างโลกออกไป 79 ปีแสงในหมู่ดาวสิงโต (หมู่ดาวประจำราศีสิงห์) ซึ่งดอกเตอร์เดเนียลกล่าวถึงดาวดวงนี้ว่ามันหมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงถึง 320 กม/วินาที หรือที่ 96.5% ของความเร็วเชิงมุมสูงสุดที่ดวงดาวจะทนได้ก่อนแตกสลาย

การวัดแสงของดาวดวงนี้ ดอกเตอร์เดเนียลและทีมงานใช้เครื่องวัดที่เรียกว่า HIPPI (ย่อมาจาก High Precision Polarimetric Instrument) ซึ่งเป็น polarimeter หรือเครื่องวัดแสโพลาไรซ์ท่แม่นยำที่สุดในโลกติดตั้งไว้ที่กล้องดูดาว Anglo-Australian ในหอดูดาว Siding Spring ใกล้เมือง Coonabarabran รัฐนิวเซาท์เวล ประเทศออกสเตรเลีย

“HIPPI เป็นเครื่องมือที่แม่นยำที่สุดในโลกในการตรวจหาแสงชนิดโพลาไรซ์จากแหล่งกำเนิดแสงในอวกาศ”  ดอกเตอร์เดเนียลกล่าว และนี่เป็นครั้งแรกในวงการดาราศาสตร์ที่มีการค้นพบแสงโพลาไรซ์จากดาวที่กำลังหมุนด้วยความเร็วสูง ถือเป็นความสำเร็จที่รอคอยมาหลายสิบปี การค้นพบครั้งนี้จะนำทางให้เราพบอะไรใหม่ๆในมุมที่เราไม่เคยพบมาก่อนในการสำรวจอวกาศอันกว้างใหญ่

ที่มา http://www.sci-news.com/astronomy/polarized-light-regulus-05235.html

เรียบเรียงโดย @MrVop