นับตั้งแต่ต้นรัชสมัยรัชกาลที่ 5 หรือในปี พ.ศ.2412 เป็นเวลานานเกือบ 150 ปีมาแล้วที่ตารางธาตุที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย ดมีตรี เมนเดเลเยฟ นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียปรากฏขึ้นแก่ชาวโลกเพื่อใช้ในการจำแนกและจัดหมวดหมู่ของธาตุที่มีทั้งหมดที่เรารู้จักเข้าไว้ด้วยกันไว้อย่างเป็นระเบียบ และล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.2559 ที่ผ่านมา ธาตุชนิดใหม่ลำดับที่ 113(nihonium, Nh), 115(moscovium, Mc), 117(tennessine, Ts) และ 118(oganesson, Og) ได้ถูกค้นพบ ส่งผลให้ตารางธาตุที่เราเห็นในปัจจุบันเป็นตารางธาตุที่มีธาตุเติมเต็มทุกช่องครบทั้งหมด 18 หมู่ (แนวตั้ง) 7 คาบ (แนวนอน) นั่นทำให้นักวิทยาศาสตร์เกิดคำถามสำคัญขึ้นมาว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับตารางธาตุ หากธาตุลำดับที่ 119 ปราฏกขึ้นมาบนโลกใบนี้

ในการจัดเรียงธาตุต่างๆลงไปในตารางธาตุนั้น นักวิทยาศาสตร์จะใช้ตัวเลขที่เรียกว่าเลขอะตอม ซึ่งบ่งบอกถึงจำนวนโปรตอนในธาตุนั้นๆเป็นตัวกำหนด โดยเริ่มจัดเรียงตั้งแต่ธาตุตัวแรกที่มีเลขอะตอมเป็น 1 ไปจนถึงธาตุตัวสุดท้ายที่มีเลขอะตอมเป็น 118 ตามลำดับ  โดยธาตุที่มีเลขอะตอมตั้งแต่ 104 ขึ้นไปจะถูกระบุไว้ว่าเป็นธาตุหนักยิ่งยวด(superheavy) ที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้นเนื่องจากธาตุเหล่านี้มีความไม่เสถียรและจะเกิดการสลายตัวอย่างรวดเร็วทำให้พบได้ยากมากในธรรมชาติ

จากการคำนวนของนักวิทยาศาสตร์พบว่าในแต่ละอะตอมของธาตุจะสามารถรองรับโปรตอนได้มากที่สุดที่ 172 ตัว นั่นหมายความว่าธาตุในจักรวาลจะสามารถมีได้ทั้งหมด 172 ชนิดเป็นอย่างมาก ซึ่งถ้าหากโปรตอนมีจำนวนมากกว่าค่าดังกล่าวนิวเคลียสของอะตอมจะไม่สามารถคงรูปร่างอยู่ได้ ดังนั้นในจึงมีความเป็นไปได้มากสำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการสังเคราะห์ธาตุลำดับที่ 119 ขึ้นมาภายในระยะเวลาอีกไม่กี่ปีข้างหน้า  ซึ่งถ้าหากธาตุดังกล่าวถูกสังเคราะห์ขึ้นมาได้สำเร็จ ธาตุลำดับที่ 119 จะเป็นธาตุตัวแรกที่ได้บุกเบิกคาบลำดับที่ 8 ของตารางธาตุขึ้นมา นั่นคือเป็นการตั้งแถวใหม่ เพราะเนื่องจากตารางธาตุในปัจจุบันมีธาตุบรรจุอยู่เต็มทั้ง 18 หมู่ 7 คาบแล้ว

เรียกได้ว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับมนุษย์เราได้ตลอดเวลา เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังไม่หยุดที่จะเรียนรู้ องค์ความรู้ใหม่ๆในด้านวิทยาศาสตร์ก็จะถูกค้นพบและเผยแพร่ออกมาได้อย่างไม่สิ้นสุด
ที่มา http://www.sci-news.com/physics/periodic-table-limits-06118.html
เรียบเรียงโดย @MrVop