ในแต่ละปีเรามักจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับการกราดยิงผู้คนบริสุทธิ์จำนวนมาก การลักลอบขนอาวุธหรือยาเสพติดเข้าไปในพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่นการวางระเบิดในงาน Boston marathon ในปี 2013 หรือการกราดยิงผู้คนใน Las Vegus ในปีที่ผ่านมาที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนึ่งในสาเหตุหลักของการก่อเหตุในที่สาธารณะเหล่านี้ล้วนมาจากการที่ผู้ก่อเหตุสามารถนำอาวุธและสิ่งอันตรายเข้ามาในพื้นที่สาธารณะได้โดยไม่มีเครื่องมือตรวจจับมาป้องกันใดๆ ดังนั้นหากเรามีวิธีการที่สามารถตรวจจับวัตถุอันตรายเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถป้องกันการเกิดเหตุได้

เพื่อป้องกันการเกิดเหตุในที่สาธารณะ ทีมนักวิจัยจาก Rutgers University จึงได้ออกแบบอุปกรณ์ตรวจจับที่สามารถทำงานร่วมกับสัญญาณ Wi-Fi ที่มีอยู่ทั่วไปในพื้นที่สาธารณะได้ โดยอาศัยคุณสมบัติของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างสัญญาณ Wi-Fi ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อตกกระทบลงบนวัตถุชนิดต่างๆ ซึ่งจากการทดสอบความสามารถในการตรวจวัด โดยการนำวัตถุอันตรายที่มีลักษณะแตกต่างกัน 15 แบบซ่อนลงในกระเป๋า 6 ใบ พบว่าอุปกรณ์สามารถตรวจจับวัตถุอันตรายเหล่านั้นได้แม่นยำมากถึง 99% โดยถ้าวัตถุที่ตรวจวัดเป็นโลหะจะมีความแม่นยำมากถึง 98% และสำหรับของเหลวจะมีความแม่นยำอยู่ที่ 95% ซึ่งแนวคิดในครั้งนี้จะสามารถช่วยลดอัตราการก่ออาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะลงได้มาก เนื่องจากเพียงแค่ผู้ก่อเหตุนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ก็จะรู้ได้ทันทีว่ามีการลักลอบนำวัตถุอันตรายเข้ามา

ผลงานของนักวิจัยในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการออกแบบวิธีการตรวจหาวัตถุอันตรายได้โดยการอาศัยสัญญาณ Wi-Fi แล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายพื้นที่ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้คนจำนวนมากในการค้นหรือใช้เครื่องตรวจวัดขนาดใหญ่อย่างในสนามบิน

ที่มา iflscience.com
เรียบเรียงโดย @MrVop