มารู้จักดาวโจรหรือดาวซิริอุสกัน

ยามค่ำคืน เมื่อเราแหงนมองฟากฟ้า นอกจากดวงจันทร์แล้ว ยังมีดวงดาวต่างๆอีกมากมาย มีทั้งดาวเคราะห์และดาวฤกษ์ ทั้งหมดที่มองเห็นนี้ ดาวศุกร์นับเป็นดาวเคราะห์ที่สว่างที่สุด และดาวโจรคือดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

ตำแหน่งของดาวโจรสามารถมองหาได้ไม่ยาก โดยมองหาดาว 3 ดวงสัญลักษณ์ของเข็มขัดนายพรานให้พบก่อน (ไทยเรียกดาว 3 ดวงนี้ว่าดาวไถ) แล้วมองไปตามแนวที่ดาวสามดวงชี้ไป ท่านจะพบดาวฤกษ์สว่างที่กระพริบได้ นั่นคือดาวโจร

Sirius-star-vs-Sun_forcetoknow.com_

เห็นดาวโจรดวงจิ๋วเวลามองด้วยตาเปล่าแบบนั้น จริงๆแล้วดาวโจรมีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ซะอีก และเป็นดาวฝาแฝดด้วย

ดาวโจรดวงที่เราเห็นอยู่บนฟ้าด้วยตาเปล่านั่นคือ ซิริอุส A โดยข้างๆของมันจะมีดวงเล็กๆอีกดวงอยู่ใกล้ๆ มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เรียกว่าซิริอุส B

ดาวซิริอุส A หรือดาวโจรดวงใหญ่นั้นเป็นขนิดดาวสีขาวในลำดับหลัก (Main Sequence) ประเภท A1V  มีมวลประมาณ 2 เท่าของดวงอาทิตย์ และมีค่าความสว่างสัมบูรณ์ เท่ากับ 1.42 หรือคิดเป็น 25 เท่าของความสว่างของดวงอาทิตย์ แต่มีขนาดใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ถึง 1.7 เท่า จะว่าไปดาวฤกษอื่นสว่างกว่าดวงอาทิตย์มากกว่านี้เยอะ แต่ดาวโจรครองแชมป์เพราะมันอยู่ใกล้ นั่นคือห่างจากเราเพียง 8.6 ปีแสง

ส่วนดาวซิริอุส B มีขนาดเล็กมาก เพราะมันเป็นดาวแคระขาว เป็นดาวประเภท DA2 ในลำดับหลัก (Main Sequence) มีขนาดเล็กกว่าโลกนิดหน่อยคือมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 12,000 กม. (โลกเรา 12,742 กม.) แต่มีมวลมากกว่าโลกมาก เพราะความที่มันเป็นดาวแคระขาว มันจึงมีแรงโน้มถ่วงสูงมาก สูงถึง 350,000 เท่าของแรงโน้มถ่วงโลก หมายถึงหากคุณมีน้ำหนักตัว 68 กก.บนโลก คุณจะหนักถึง 25,000 ตันบนดาวโจรดวงเล็กนั่นเลยทีเดียว ดาวซิริอุส B หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมาก คือ 23 รอบ ต่อ นาที จะโคจรรอบดาวซิริอุส A ครบ 1 รอบทุกๆ 50 ปี

41761

ภาพล่างสุดคือภาพถ่ายผ่านกล้องดูดาวจึงเห็นได้ทั้งดาวซิริอุส A และ B ความสำคัญของดาว B คือเป็นดาวแคระขาวดวงแรกที่มนุษย์ค้นพบ คือส่องพบตั้งแต่ปี 1862 โดยนักดาราศาสตร์นักประดิษฐ์ชาวอเมริกันชื่อ Alvan Clark ด้วยกล้องโทรทรรศน์เลนส์ 18.5 นิ้ว

ดาวโจรเป็น 1 ใน 3 ดวงของสามเหลี่ยมฤดูหนาว (อีกสองดวงคือ ดาวโปรซิออน และ ดาวบีเทลจุส) มันจึงโผล่ให้เห็นชัดในหน้าหนาว ซึ่งเวลากลางวันสั้นกลางคืนยาว ฟ้ามืดเร็ว เหตุที่คาดว่าเป็นทีมาของชื่อ “ดาวโจร” ก็เพราะสมัยก่อนช่วงนี้เป็นช่วงหลังเกี่ยวข้าวขาย ชาวบ้านนอนหลับไวจากความเหนื่อย พวกโจรจะคอยมองดาวนี้ เมื่อปรากฏขึ้นบนฟ้าในคืนเดือนมืด ก็เป็นสัญลักษณ์ให้ลงมือ

เรื่องชื่ออันนี้สุดแท้แต่จะเชื่อ

เรียบเรียงโดย @MrVop