ลองนึกภาพของดาวเสาร์ มีวงแหวนวงใหม่ ใหญ่กว่าทุกวงหวนที่เราเคยรู้จัก

ihqrht

วงแหวนยักษ์ที่ค้นพบใหม่ของดาวเสาร์นี้มีสีมืดดำ กลมกลืนกับความมืดของอวกาศ ทำให้ยากต่อการจับภาพ และหลุดรอดจากการค้นพบมานาน แต่ด้วยกล้องโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถบันทึกภาพของวงแหวนดังกล่าวด้วยแสงย่านรังสีอินฟราเรด และสิ่งที่พวกเขาพบ นั่นคือวงแหวนขนาดมหึมา ล้อมดาวเสาร์ไว้ที่ระยะไกล

ทีมนักดาราศาสตร์ได้ตั้งชื่อวงแหวนยักษ์นี้ว่า วงแหวนฟีบี (Phoebe) กะขนาดคร่าวๆโดยลองเปรียบวงแหวนเดิมๆของดาวเสาร์เป็นลูกกอล์ฟ วงแหวนฟีบี จะใหญ่ประมาณล้อของรถบรรทุก

วงแหวนนี้มีรัศมี 25 ล้านกิโลเมตร มีความกว้างกว่าเส้นผ่านศูนย์กลางของดาวเสาร์ถึง 200 เท่า โดยนักดาราศาสตร์คาดคะเนว่าต้องใช้โลกถึง 1,000 ล้านดวง จึงจะสามารถบรรจุลงในวงแหวนนี้ให้เต็มปริมาตรได้ โดยชื่อของวงแหวนฟีบี เนื่องจากฝุ่นผงที่สร้างวงแหวนนี้ขึ้นมา คือฝุ่นผงที่หลุดออกมาจากดวงจันทร์ฟีบีของดาวเสาร์นั่นเอง

iapetus3_cassini_4100-300x300

ภาพดวงจันทร์ไอยาพิตัส (Iapetus) จากยานแคสสินี เครดิต นาซา

การค้นพบวงแหวนใหม่ในครั้งนี้อาจตอบคำถามที่นักวิทยาศาสตร์ต่างสงสัยมานาน ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำ ให้พื้นผิวของดวงจันทร์ไอยาพิตัส (Iapetus) แบ่งออกเป็น 2 ส่วน เนื่องจากมันมีพื้นผิว 2 ด้านที่สะท้อนแสงได้ไม่เท่ากัน โดยภาพจากยานแคสซีนีแสดงให้เห็นพื้นผิวที่แท้จริงของไอยาพิตัส ที่ด้านหนึ่งจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งสีขาวและสะท้อนแสงได้ดี แต่อีกด้านหนึ่งแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เป็นบริเวณที่มืดมาก การค้นพบใหม่นี้ อาจจะอธิบายว่าด้านที่มืดของไอยาพิตัสเกิดขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากวงแหวนนี้โคจรในทิศทางเดียวกับฟีบี ขณะที่ไอเอพีตัส วงแหวนอื่นและดวงจันทร์ส่วนใหญ่ของดาวเสาร์โคจรในทิศตรงข้าม นักวิทยาศาสตร์จึงได้ตั้งสมมติฐานว่าน่าจะมีฝุ่นผงสีมืดทึบซึ่งมาจากอะไรที่ล้อมอยู่ด้านนอก เคลื่อนที่เข้าภายในสู่ไอเอพีตัส ชนกับดวงจันทร์น้ำแข็งดวงนี้ จึงทำให้พื้นผิวซีกหนึ่งของไอยาพิตัสเป็นสีดำphoebe

แต่ก็มีนักวิทยาศาสตร์บางท่านได้ให้สมมติฐานว่าด้านที่ดำมืดของไอยาพีตัสไม่ได้แค่เกิดจากฝุ่นปกคลุมที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เนื่องจาก สเปคตรัมของ ฟีบีและด้านมืดของไอเอพีตัสไม่สอดคล้องกัน แต่อาจเกิดจากการที่น้ำแข็งบนพื้นผิวไอเอพีตัสถูกกัดกร่อนและหายไปตามเวลา ซึ่งสมมติฐานไหนจะถูกนั้น ในตอนนี้เรายังไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่คาดว่าในอีกไม่ช้านักวิทยาศาสตร์จะสามารถหาคำตอบให้เราได้ในที่สุด

 

อ้างอิง http://blogs.discovermagazine.com/d-brief/2015/06/11/saturns-invisible-ring/#.VYz9ORvtmko
เรียบเรียงโดย @MrVop