จัดลำดับดาวเคราะห์น้อยอันตราย (PHAs) ที่ต้องเฝ้าจับตาดูเพราะมีโอกาสเข้าใกล้โลกในระดับน่าห่วง

การเฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อยนั้น ทางหน่วยงาต่างๆได้ตกลงกันเพื่อสร้างมาตราที่ใช้สำหรับระบุความเสี่ยงในการเข้าปะทะโลกเราออกมาหลายมาตรา ซึ่งมีที่นิยมใช้กันอยู่ 2 มาตรานั่นคือ มาตรา Palermo และมาตรา Torino

มาตรา Torino นั่นสร้างมาให้บุคคลทั่วไปใช้งาน มีลักษณะเป็นเลขจำนวนเต็มจาก 0-10 โดย คือ 0 หมายถึงไม่ปะทะ ไปจนถึงระดับ 8 ขึ้นไปหมายถึงปะทะแน่นอน เพียงแต่แยกระดับความเสียหาย 8-9-10

ส่วนมาตรา  Palermo นั้นจะละเอียดกว่า คำนวนจากตัวแปรที่หลากหลายกว่า จึงเป็นที่นิยมใช้ในกลุ่มเฉพาะทางในการเฝ้าระวังดาวเคราะห์น้อย แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถใช้มาตรานี้ได้กว้างๆโดยดูที่ค่าของมันว่า หากน้อยกว่า  -2 ก็แปลว่าแทบไม่มีโอกาสเข้าปะทะเลย ค่าระหว่าง -2 ถึง 0 แปลว่าเป็นดาวเคราะห์น้อยที่น่าห่วงต้องจับตาดูไปตลอด แต่มีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงไปในภายหลัง ถ้ามากกว่า 0 คือโอกาสปะทะสูง และจะสูงไปตามตัวเลขที่เป็นบวก

หน่วยงาน JPL ของ NASA ได้ทำตารางรายชื่อดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกเรียงลำดับตามค่า Palermo จากมากไปน้อย และเดือน ต.ค.59 เราพบดาวเคราะห์น้อย 3 ดวงที่มีค่า Palermo มากกว่า -2 แต่ไม่ถึง 0 จำนวน 3 ดวง เรียงตามลำดับนั่นคือ

  1. 29075 (1950 DA) ขนาดราว 1.3 กม. มีโอกาสเข้าปะทะ 1 ครั้งในปี ค.ศ.2880 หรือ 864 ปีจากนี้ 
  2. เบนนู  (1999 RQ36) ขนาดราว 490 เมตร มีโอกาสเข้าปะทะ 78 ครั้งในช่วงปี ค.ศ.2175-2199 หรือ 159 ปีจากนี้
  3. 410777 (2009 FD) ขนาดราว 160 เมตร มีโอกาสเข้าปะทะ 7 ครั้งในช่วงปี ค.ศ.2185-2198 หรือ 169 ปีจากนี้

จากข้อมูลจะเห็นระดับความเสี่ยงแรกยังอีกหลายร้อยปีและในระดับถัดมาก็ยังมีเวลามากพอที่จะสร้างระบบคุ้มกันโลกรวมทั้งเมื่อค่า Palermo ยังคงน้อยกว่า 0 นั่นหมายถึงอาจเป็นไปได้ที่วงโคจรของดาวเคราะห์น้อยจะเลี้ยวเบนไป (โดยปกติเกิดจากลมสุริยะหรือที่เรียกว่า Yarkovsky Effect *) ดังนั้นในช่วงเวลาอันใกล้โดยเฉพาะน้อยกว่า 150 ปีหรือในช่วงชีวิตนี้จึงยังไม่ควรตื่นตระหนกหรือพยายามเอาข่าวไปแชร์ทางด้านลบ

เรียบเรียงโดย @MrVop

* Yarkovsky Effect คือผลของโฟตอนจากดวงอาทิตย์ที่เข้าไปหนุนหรือหักล้างวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย ในกรณีที่ดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียวกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นแลเอียงออกจากดวงอาทิตย์ แต่หากดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันลดลงและเอียงเข้าหาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งในกรณีของดาวเคราะห์น้อยในตระกูล Apollo ถือว่าไม่ดีเพราะจะเพิ่มโอกาสการเข้าชนโลก