ดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่เท่าลูกที่ทังกัสกา เฉียดโลกไปเมื่อ 15 เม.ย. ที่ผ่านมา

ขณะที่ชาวไทยกำลังอยู่ในช่วงหยุดพักผ่อน ในอวกาศได้ปรากฏมีดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ในชื่อ 2018 GE3 พุ่งเฉียดผ่านโลกไปในระยะ 192,000  กม. หรือใกล้กว่าครึ่งของระยะห่างโลกและดวงจันทร์ จังหวะที่เข้าใกล้โลกที่สุดคือ 13:41 ตามเวลาไทยของวันที่ 15 เม.ย.61 ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ประมาณกันว่ามีขนาด 48 ถึง 100 เมตร ขนาดพอพอกับที่พุ่งลงมาระเบิดเหนือฟ้าในพื้นที่ทังกัสกาของไซบีเรียเมื่อ 100 ปีก่อน ซึ่งผลในครั้งนั้น ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนแผ่ออกเป็นวงกว้าง เทียบเท่ากับแผ่นดินไหวที่แมกนิจูด 5.0  ทำลายต้นไม้ประมาณ 80 ล้านต้น กินอาณาบริเวณประมาณ 2,150 ตารางกิโลเมตร (กว้างเท่านครปฐมทั้งจังหวัด) ประมาณกันว่า แรงระเบิดมีความรุนแรงราว 1,000 เท่า ของระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว

ขนาดของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ใหญ่กว่าลูกที่ระเบิดเหนือฟ้าในเขต เชลยาบินสค์ ของรัสเซียเมื่อปี 56 ราวๆ 6 เท่า แรงอัดอากาศจากการระเบิดในเหตุการณ์ เชลยาบินสค์ ก่อให้อาคารบ้านเรือนเสียหายมากมายและมีผู้บาดเจ็บถึง 1,200 คน

นักดาราศาศาสตร์ประมาณว่าดาวเคราะห์น้อย 2018 GE3 นี้หากพุ่งเข้ามาในบรรยากาศโลก ก็น่าจะเกิดการระเบิดเหนือฟ้าเหมือนเหตุการ์ในทังกัสกาและเชลยาบินสค์  ไม่น่าจะตกถึงพื้น แต่ความเสียหายคงเลวร้ายไม่น้อย

ปัญหาสำคัญคือมันมาแบบไม่รู้ตัว นักดาราศาสตร์ที่  Catalina Sky Surve เพิ่งส่องกล้องพบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เมื่อเวลา 16:23 ของวันที่ 14 เม.ย.หรือ 21 ชั่วโมงก่อนหน้าเวลาเฉียดโลกเท่านั้น บอกได้ถึงว่าเครือข่ายป้องกันโลกยังต้องพัฒนาอีกเยอะมาก เพราะหากทิศทางมันมุ่งมาเราจริง เวลาที่มีคงน้อยเกินกว่าจะเตรียมรับมือ กว่าจะคำนวนจุดตกได้คงเหลือเวลาไม่พอในการการอพยพผู้คนสมบูรณ์

ประเทศต่างๆควรทุ่มความสนใจและงบประมาณมาช่วยกันแก้ปัญหาเรื่องนี้ ก่อนจะสายเกินไป

อ้างอิง https://www.space.com/40315-asteroid-2018-ge3-surprise-flyby.html
เรียบเรียงโดย @MrVop