ศาสตราจารย์ Bruce Jakosky นักวิทยาศาสตร์ของ NASA อาศัยข้อมูลจากการวัดค่าของยานอวกาศ Maven  ที่โคจรอยู่รอบดาวอังคารและโรเวอร์กึงหุนยนตร์ Curiosity  ที่วิ่งสำรวจอยู่บินผิวดาวแดง ยืนยันสภาพของดาวเคราะห์เพื่อนบ้านของโลกดวงนี้ว่าในอดีตเคยมีชั้นบรรยากาศคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) อันหนาแน่น ก๊าซที่จำเป็นในการก่อสภาพเรือนกระจกเพื่อให้ดวงดาวที่อยู่ไกลจากดวงอาทิตย์แบบดาวอังคารเกิดสภาพเรือนกระจกขึ้น เพื่อให้มีความอบอุ่นเพียงพอในการก่อกำเนิดชีวิตในยุคเริ่มแรก

ศาสตราจารย์ Bruce คาดว่าชั้นบรรยากาศของดาวอังคารในอดีตอาจมีความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศคล้ายคลึงกับโลกเรา แต่จู่ๆชั้นบรรยากาศของดาวอังคารราว 80-90% ก็แตกกระจาย หายไปอวกาศ

การสำรวจของยาน Maven ว่าได้เน้นไปที่ก๊าซอาร์กอน (Ar) ก๊าซเฉื่อยที่แม้พบได้น้อยมากในบรรยากาศดาวอังคารทุกวันนี้ คือเหลือเพียง 1 ในล้านส่วน แต่ก็เป็นกุญแจสำคัญที่จะบอกว่าเราว่า ชั้นบรรยากาศของดาวอังคารหลุดหายไปในอวกาศเพราะสาเหตุอะไร

ก๊าซอาร์กอนเป็นก๊าซที่องค์ประกอบของมันเกือบจะไม่มีปฏิกิริยาทางเคมี มันมี ออคเต็ต สมบูรณ์ (ครบ 8 อิเล็กตรอน) มีความเสถียรภาพและความทนทานต่อพันธะกับองค์ประกอบอื่นๆเป็นอย่างยิ่ง นั่นหมายความว่าวิธีเดียวที่มันจะเกิดการสลายหายไปจากบรรยากาศดาวอังคารในอดีต ก็คือการถูกชนอย่างต่อเนื่องด้วยอนุภาคแบบมีประจุ นั่นก็คืออนุภาคของลมสุริยะเท่านั้น

การศึกษา ก๊าซอาร์กอน ซึ่งถึงแม้ไม่มีความหมายอะไรกับการก่อกำเนิดกาว แต่ก็ทำให้เราเข้าใจก๊าซสำคัญอื่นๆ นั่นคือคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ด้วย เพราะว่าอะไรก็ตามที่สามารถทำลายอาร์กอนที่แสนคงทนให้หลุดหายไปในอวกาศ ก็ย่อมทำแบบเดียวกันนั้นกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ด้วย

ส่วนสาเหตุอะไรทำให้ลมสุริยะเข้าโจมตีดาวอังคารได้รุนแรงปานนั้น สาเหตุก็มาจากดาวอังคารไม่มีเกราะสนามแม่เหล็กคอยคุ้มครองไว้เหมือนโลกเรา คำถามต่อไปว่าเกราะสนามแม่เหล็กของดาวดวงนี้หายไปไหน ก็คงต้องมีการค้นหาเพื่อยืนยันกันอีกในงานวิจัยอื่น

เรียกว่าต้องติดตามตอนต่อไป

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร http://science.sciencemag.org/content/355/6332/1408

ที่มา http://www.bbc.com/news/science-environment-39459561