ขณะนี้เราอยู่ในวัฏจักรสุริยะ (Solar cycle) ที่ 24

วัฏจักรสุริยะคือคาบเวลานับจากดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุด (Solar Maximum) ไปจนมีปฏิกิริยาต่ำสุด (Solar Minimum) กินเวลาราว คาบละ 11 ปี

เรานับปฏิกิริยาของดวงอาทิตย์จากจำนวนจุดดับ ในช่วงดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุด จะปรากฏจุดดับ หรือจุดดำ (Sunspot) จำนวนมาก เปรียบเทียบง่ายๆคือช่วงที่ดวงอาทิตย์สิวเขรอะ และตรงกันข้าม ในช่วงดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาต่ำสุด จำนวนจุดดับ หรือจุดดำ (Sunspot) จะลดลงต่ำ เป็นช่วงดวงอาทิตย์สิวน้อย

จุดดับ หรือจุดดำ (Sunspot) จริงๆแล้วไม่ได้ดับ มันสว่างกว่าแสงเชื่อมเหล็กอีก แต่เมื่อสว่างเทียบไม่ได้กับพื้นที่ข้างๆ เลยดูเป็นพื้นที่มืดดำ

บริเวณจุดดับ หรือจุดดำ (Sunspot) นั้นอยู่บนชั้นโฟโตสเฟียร์ของดวงอาทิตย์ นอกจากสว่างน้อยกว่าแล้วยังมีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณโดยรอบ แต่กลับมีสนามแม่เหล็กที่มีปั่นป่วนสูงมาก ซึ่งได้ทำให้เกิดการขัดขวางกระบวนการพาความร้อนบนพื้นผิวดวงอาทิตย์ เป็นบ่อเกิดของการรปะทุ (Solar flare) และ การพ่นมวลโคโรนา (Coronal Mass Ejection หรือ CME) ซึ่งอาจพาให้เกิดพายุสุริยะตามมา

ในวัฏจักรสุริยะที่ 24 นี้ ปีที่ดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาสูงสุดคือปี 2014 และปีที่ดวงอาทิตย์มีปฏิกิริยาต่ำสุด ประมาณล่วงหน้าไว้ที่ปี 2020-2021

SC24

แต่เมื่อเวลา 22:00 ของวันที่ 23 มิถุนายน หรือราว 4 วันที่ผ่านมานับถึงวันนี้ ดวงอาทิตย์เข้าสู่โหมดเงียบสนิท หน้าใสไร้สิว ในด้านที่หันมาหาโลกไม่ปรากฏจุดดับ หรือจุดดำ (Sunspot) เลยแม้แต่จุดเดียว ซึ่งถือเป็นรอบที่ 2 ของปีนี้ โดยรอบแรกที่ไร้จุดดับเกิดไปเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา และเป็นการเกิดลักษณะไร้จุดดับนี้ 2 รอบติดกันในเดือนเดียว นับจากที่เกิดไปครั้งหนึ่งเมื่อปี 2011 แต่นั่นเป็นช่วงขาขึ้นใหม่ๆจากช่วงต่ำสุดในปี 2009

จึงถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่โหมดเงียบทั้งที่ยังอยู่ในช่วงกลางๆของวัฏจักรสุริยะ การเฝ้าสังเกตการณ์ยังดำเนินต่อไปโดยที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัดว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ซึ่งบางทีอาจเป็นลักษณะปกติที่เรายังไม่รู้จักก็เป็นได้

อ้างอิง http://www.climatedepot.com/2016/06/25/the-sun-goes-blank-again-during-the-weakest-solar-cycle-in-more-than-a-century/
เรียบเรียงโดย @MrVop