ครบรอบ 100 ปีทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป กับ ภาพหลักฐานอีกภาพที่ชัดเจน

เมื่อปี 1915 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ประกาศทฤษฎีสำคัญที่ปฏิวัติทุกอย่างในโลกฟิสิกส์ นั่นคือทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป และหนึ่งในหลักการสำคัญที่ทฤษฎีนี้ว่าไว้ คือ ปริภูมิ-เวลา (space time) นั้นจะโค้งตามแรงโน้มถ่วง

ข้อพิสูจน์ในปี 1919 (เพราะต้องรอสุริยุปราคา เลยต้องเสียเวลาไป 4 ปีหลังประกาศทฤษฎี) เซอร์ อาร์เธอร์ เอดดิงตัน ได้ทำการสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงและพบการหักเหแสงจากดาวฤกษ์ดวงหนึ่งที่ถูกดวงอาทิตย์บังไว้ ให้ภาพมาโผล่ข้างๆดวงอาทิตย์ด้วยผลจากเลนส์ความโน้มถ่วง นั่นคือหลักฐานแรกที่ยืนยันหลักการปริภูมิ-เวลาบิดโค้งของทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปนั้นเป็นจริงlensing

มาทุกวันนี้ เราพบภาพถ่ายของผลจากเลนส์ความโน้มถ่วงมากมายจากกล้องดูดาวทั่วโลกและจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ ดังเช่นเมื่อวันที่ 10 พ.ย.58 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์จาก UC Berkeley ได้สังเกตภาพถ่ายในย่านอินฟราเรดภาพหนึ่งที่ถ่ายโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิ้ล และพบภาพซุปเปอร์โนวาที่ห่างไกล 1 ดวง ปรากฏแยกออกเป็น 4 ดวงเพราะผลจากเลนส์ความโน้มถ่วงของกาแล็กซีที่บังอยู่ด้านหน้า (จริงๆเราจะไม่เห็นซุปเปอร์โนวานั้นเลยถ้าแสงไม่เลี้ยวโค้ง)

ความเก่งของไอสไตน์เมื่อ 100 ปีที่แล้วคือเขาพบความจริงเรื่องนี้ในความคิดคำนึง ไม่ได้เห็นจากกล้องดูดาว

อ้างอิง http://petapixel.com/2015/03/08/one-supernova-seen-four-times-in-single-photo-due-to-gravitational-lensing/
เรียบเรียงโดย @MrVop