ในวิชาแผ่นดินไหว มีคำสำคัญอยู่ 2 คำที่ลงท้ายด้วย Center นั่นคือ Hypocenter (ไฮโพเซ็นเตอร์) หรือ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และ Epicenter (เอพิเซ็นเตอร์) หรือ จุดเหนือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว

จุด Hypocenter (ไฮโพเซ็นเตอร์) หรือ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว นั้นคือจุดที่เป็นต้นเหตุก่อกำเนิดแรงไหวสะเทือนจากแผ่นดินไหว อยู่ลึกลงไปใต้ผิวโลกตั้งแต่ไม่กี่เมตรไปจนถึงความลึกที่สุดที่เคยพบคือ 609 กิโลเมตรใต้ผิวโลก จุดนนี้อาจมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า จุดโฟกัส Focus

แต่จุด Epicenter (เอพิเซ็นเตอร์) หรือ จุดเหนือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว นั้นเป็น “จุดสมมุติ” ที่ตั้งฉากกับจุดที่เกิดแผ่นดินไหวจริงใต้โลก ซึ่งก็คือจุดที่อยู่เหนือจุด  Hypocenter ณ บนผิวโลกนั้นเอง เป็นจุดที่ทำไว้เพื่อให้เห็นชุัดในแผนที่ 2 มิติและเป็นจุดที่ใช้เป็นหลักในการรายงานข่าว

ยกตัวอย่างเช่น ประโยครายงานข่าวว่า “แผ่นดินไหวแมกนิจูด 6.2 ลึก 10 กม.พิกัด 127.92°E 3.64°S บริเวณเกาะ SERAM อินโดนีเซีย” พิกัดที่เราเห็นในประโยคข่าว (จุดสีแดงในภาพแผนที่) คือจุด  Epicenter (เอพิเซ็นเตอร์) หรือ จุดเหนือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว และความลึก 10 กม.ในข่าวหมายถึงจุด Hypocenter (ไฮโพเซ็นเตอร์) หรือ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว  ที่อยู่ลึกลงไปใต้พิกัดนั้นในแนวตั้งฉาก 10 กม.

เหตุผลที่ต้องรายงาน Epicenter (เอพิเซ็นเตอร์) หรือ จุดเหนือจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ก็เพื่อให้ทราบว่าแผ่นดินไหวเกิด ณ จุดใดบนโลก เพราะความเสียหาย ณ จุดนั้นจะมากที่สุด หรือทำให้ทราบว่าแผ่นดินไหวเกิดบนบกหรือในทะเล เพื่อจะให้ทราบต่อไปว่าจะต้องระวังคลื่นสึนามิหรือไหม่ เกิดแถวภูเขาหรือชุมชน เสี่ยงดินถล่มหรือไม่

เหตุผลที่ต้องรายงาน Hypocenter (ไฮโพเซ็นเตอร์) หรือ จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว ก็เพื่อให้ทราบความลึกของแผ่นดินไหว เพราะแผ่นดินไหวนั้น “ยิ่งตื้นก็ยิ่งอันตราย” พูดง่ายๆว่าถ้าลึกเกิน 300 กม.ไม่ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวขนาดแรงเท่าใดก็ไม่ก่อความเสียหาย แต่หากเกิดที่ความลึก 10 กม.หรือน้อยกว่า แผ่นดินไหวขนาด 5.7 ขึ้นไปก็อาจสร้างความเสียหายได้มากมายหากเกิดในชุมชน เป็นต้น

เรียบเรียงโดย @MrVop