น้ำแข็งติดไฟ หรือ มีเทนไฮเดรด แหล่งพลังงานแห่งอนาคต

หลังแหล่งพลังงานฟอสซิลในธรรมชาติเริ่มลดน้อยลง ก็มีการหันไปผลิตพลังงานสีเขียวจากแหล่งหมุนเวียนต่างๆเช่นแสงแดด สายลม แต่มีนักวิจัยอีกกลุ่มพยายามหาทางสกัดพลังงานจาก “น้ำแข็งติดไฟ” ซึ่งให้กำเนิดพลังงานออกมามหาศาลจนอาจเป็นพลังงานใหม่แห่งอานาคตก็ได้

มีเทนไฮเดรด หรือ น้ำแข็งติดไฟ หรืออีกชื่อคือ มีเทนคลาเทรต เป็นโครงสร้างโมเลกุลน้ำที่กักขังโมเลกุลมีเทนไว้ภายใน เกิดอยู่ตามธรรมชาติในสภาพแวดล้อมที่มีความดันสูงและเย็นจัดเช่นตามก้นทะเลลึกตามแนวรอยเลื่อนมีพลัง บางครั้งอาจพบจากบริเวณแกนน้ำแข็งของขั้วโลกใต้ ตามชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (Permafrost) ในเขตขั้วโลก หรือในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับความเสถียรของมันในแถบอื่นเช่นก้นทะเลที่ลึกกว่า 2,000 เมตรขึ้นไป

แม้มีเทนไฮเดรดจะมีรูปร่างและเย็นเหมือนน้ำแข็ง แต่หากเราทดลองนำก้อนน้ำแข็งนี้ไปลนไฟ ซักพักมันก็จะติดไฟเกิดเป็นเปลวสีเหลืองน้ำเงินขึ้นมา  โดยปริมาณ 1 ลิตรของ มีเทนไฮเดรด หรือ น้ำแข็งติดไฟนี้ เมื่อสลายตัวจะให้แก้สมีเทนออกมาในปริมาณมากมายถึง 168 ลิตร ถือเป็นเรื่องน่าสนใจซึ่งอาจนำไปสู่แหล่งพลังงานเชื้อเพลิงแห่งอานาคตเลยทีเดียว

_96129227_449d9eb4-debb-4edc-a399-e95c29169775

มีการค้นพบ น้ำแข็งติดไฟ นี้ตั้งแต่ทศวรรษที่ 60 ทางตอนเหนือของรัสเซีย แต่หลายประเทศเพิ่งมีการแข่งขันหาวิธีสกัดพลังงานจากสีเทนไฮเดรดมาใช้จริงจังเมื่อราว 10-15 ปีที่ผ่านมานี้เอง โดยกลุ่มประเทศชาติที่ไม่มีแหล่งน้ำมันของตนเองเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และภายหลังสหรัฐฯ แคนาดา และจีนก็กระโดดเข้ามาร่วมด้วย

จีนค้นพบแหล่งมีเทนไฮเดรตในทะเลจีนใต้เมื่อปี 2007 ในบริเวณพื้นที่ที่เป็นกรณีพิพาทกับนานาชาติเรื่องกรรมสิทธิ์ แต่ไม่ว่าผลของความขัดแย้งจะออกมาเป็นเช่นไรก็ตาม ล่าสุดจีนได้ประกาศว่าตนเป็นประเทศแรกที่พบเทคนิคขุดเจาะและสกัดเอาก๊าซจากมีเทนไฮเดรตออกมาได้สำเร็จในปริมาณที่มากกว่าประเทศอื่นเคยทำได้ ซึ่งเรื่องนี้ รองศาสตราจารย์ ประวีน ลิงกา จากภาควิชาวิศวกรรมเคมีและชีวโมเลกุล มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ยืนยันว่าจีนทำได้จริง แต่หากจะนำเทคนิคนี้ไปใช้ในการผลิตเชิงพาณิชย์คงต้องปรับปรุงประสิทธภาพเพิ่มอีก อาจต้องใช้เวลาจากนี้ไปอีกราว 8 ปี

อย่างไรก็ตาม นักวทิยาศาสตร์หลายรายได้เตือนถึงผลเสียของการผลิตพลังงานจากมีเทนในรูปแบบนี้ เพราะมันคือก๊าซเรือนกระจกดีๆนี่เอง ซึ่งสุดท้ายก็จะไปเร่งสภวะโลกร้อนให้เลวร้ายยิ่งขึ้น และเน้นให้หันไปผลิตพลังงานจากสายลมแสงแดดซึ่งไม่ทำร้ายโลกจะดีกว่า

**ภาพกลาง คือ ก้อนมีเทนไฮเดรตที่นำขึ้นมาจากอ่าวเม็กซิโกโดย USGS

ที่มา http://www.bbc.com/news/world-asia-china-39971667

เรียบเรียงโดย @MrVop