ดวงอาทิตย์ เป็นดาวฤกษ์ที่เป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่คอยหล่อเลี้ยงและทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆบนโลกของเราดำรงชีวิตอยู่ได้ โดยดวงอาทิตย์ของเรานั้นมีอายุราวๆ 5 พันล้านปี (โลกของเรามีอายุประมาณ 4,600 ล้านปี) ซึ่งถ้าเทียบกับชีวิตคนแล้วในตอนนี้ดวงอาทิตย์จัดอยู่ในช่วงวัยกลางคน หรือประมาณคนอายุ 30-40 ปี และจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์พบว่าดวงอาทิตย์ของเราจะมีอายุต่อไปได้อีก 5 พันล้านปีก่อนที่มันจะสิ้นอายุไขและตายจากเราไป ซึ่งคำถามสำคัญในตอนนี้คืออะไรจะเกิดขึ้นหลังจากที่ดวงอาทิตย์สิ้นอายุขัยลง

โดยปกติแล้วจุดจบของดาวฤกษ์จะถูกแบ่งออกตามขนาดมวลของมัน ยกตัวอย่างเช่นดวงอาทิตย์เราที่จัดเป็นดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยถึงปานกลาง จะมีจุดจบที่กลายเป็นดาวยักษ์แดง ตามด้วยการระเบิดออกเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ และจบที่กลายเป็นดาวแคระขาว แต่ถ้าหากดาวฤกษ์ที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ 8 เท่ามันจะระเบิดออกเป็นซุปเปอร์โนวาตามด้วยการกลายเป็นดาวนิวตรอน และถ้ามีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 18 เท่าหลังจากระเบิดเป็นซุปเปอร์โนวามันจะกลายเป็นหลุมดำ ซึ่งในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์พบว่าดาวฤกษ์ที่มีมวลปานกลางหรือมวลใกล้เคียงกับดวงอาทิตย์ของเราจะกลายเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ได้หมดในช่วงเวลาที่มันกำลังจะตาย แต่จากการค้นพบล่าสุดพบว่าดวงอาทิตย์ของเรานั้นถือเป็นดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยที่สุดที่จะสามารถกลายเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ที่ส่องสว่างได้ ในขณะที่ดาวฤกษ์ที่มีมวลน้อยกว่าดวงอาทิตย์เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ได้แล้วหรือเป็นได้เพียงเนบิวลาดาวเคราะห์ที่ไม่ส่องสว่าง

ซึ่งจากการค้นพบในครั้งนี้ นอกจากจะพบว่าดวงอาทิตย์ของเรานั้นมีมวลมากเพียงพอที่จะเกิดเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ได้แล้ว  นักวิทยาศาสตร์ยังสามารถนำผลจากการค้นพบดังกล่าวไปใช้ในการประมาณมวลของดาวฤกษ์ก่อนที่มันจะตายแล้วกลายเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ได้จากความส่องสว่าง รวมถึงสามารถใช้ในการประมาณอายุไขของดาวฤกษ์ดวงนั้นๆอีกด้วย

ที่มา https://m.phys.org/news/2018-05-sun-dies.html
เรียบเรียงโดย @MrVop