การเตรียมตัวรับมือสภาพอากาศโดยใช้ข้อมูลจากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคด้านเดียวไม่พอ

ประเทศไทยอยู่ระหว่างกลาง 2 มหาสมุทร คือ มหาสมุทรแปซิฟิคและมหาสมุทรอินเดีย สภาพอากาศของเรานอกจากเกี่ยวช้องกับลมมรสุมซึ่งคือลมประจำฤดูแล้วยังเกี่ยวข้องระบบน้ำอุ่นที่ไหลเวียนในมหาสมุทรด้วย

อิทธิพลของเอลนีโญและลานีญาที่ส่งผลต่อไทยนั้น มาจากทางด้านมหาสมุทรแปซิฟิค แต่ระบบน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดียก็ส่งผลต่อเราด้วย ในไทยเสริมและหักล้างกัน เราเรียกว่าการเคลื่อนไหวไปมาสองด้านของน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดียว่า  Indian Ocean Dipole หรือย่อว่า IOD

IOD มี 3 ลักษณะ ลักษณะแรกคือเกิดปรากฏการณ์ที่น้ำอุ่นไปรวมตัวด้านตะวันตกของมหาสมุทรอินเดีย เราเรียกช่วงเวลาที่เกิดปรากฏการณ์ว่าช่วง Positive Phase ซึ่งส่งผลให้เกิดฝนน้อยในบ้านเรา และในทางตรงข้าม หากน้ำอุ่นไปรวมตัวด้านตะวันออกของมหาสมุทรอินเดีย เราเรียกว่า Negative Phase ผลของปรากฏการณ์นี้คือฝนตกเพิ่มขึ้นในไทย

และเช่นเดียวกับด้านมหาสมุทรแปซิฟิค ที่จะมีช่วงที่ไม่เกิดทั้ง Positive และ Negative นั่นคือช่วงกลางๆที่เรีบกว่า Normal Phase ซึ่งทำให้การตกของฝนเป็นไปโดยปกติ ไม่เน้นไปด้านใดด้านหนึ่ง

และในช่วงกลางปีที่ผ่านมา IOD ได้เข้าสู่ Positive Phase ส่งผลให้สภาพแล้งในไทยทวีความรุนแรงมากขึ้นจากเดิมที่อิทธิพลของเอลนีโญที่ในปีนี้เกิดรุนแรงสุดในประวัติศาสตร์อยู่แล้ว และมีโนวโน้มว่าอิทธิพลของเอลนีโญนี้จะลากยาวไปถึงเดือน พ.ค. ปีหน้า

IOD-APR15

โชคดีที่สภาพน้ำอุ่นในมหาสมุทรอินเดียเริ่มเปลี่ยนไปในเดือนท้ายๆของปีนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา พบว่าปรากฏการณ์ IOD เข้าช่วง Positive Phase นั้นได้าสิ้นสุดลงแล้ว จากนี้ไปถึงกันยาปีหน้า IOD จะอยู่่ใน Normal Phase คือวางตัวเป็นกลางไม่หนุนความรุนแรงของเอลนีโญจากมหาสมุทรแปซิฟิค นั่นทำให้เราเบาใจไปได้เปราะหนึ่งว่าอย่างน้อยก็ไม่ต้องทำศึก 2 ด้าน รอเพียงแต่อลนีโญจากมหาสมุทรแปซิฟิคเบาบางลง ไทยเราก็น่าจะกลับมามีฝนตกตามฤดูกาลอีกครั้ง IOD-DEC15

เรียบเรียงโดย @MrVop