ที่เราเคยเข้าใจกันมาว่าสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วอย่าง ‘แพลงก์ตอน’ เป็นได้แค่ข้อต่อของห่วงโซ่อาหารระดับล่างสุด แต่จากนี้ไปต้องคิดใหม่ เพราะ ‘แพลงก์ตอน’ กลับเป็นแหล่งผลิตอ๊อกซิเจนรายใหญ่ให้เราใช้หายใจ

000a9f9b-614

 

แพลงก์ตอนนั้น จริงๆแล้วคือกลุ่มสิ่งมีชีวิตหลากหลายประเภทที่อาศัยในน้ำ ทั้งน้ำจืดไปถึงน้ำเค็ม ตั้งแต่แม่น้ำไปถึงทะเลมหาสมุทร  มีทั้งพืชเซลล์เดียว สาหร่าย กุ้ง แมงกระพรุน ลูกเล็กๆของสัตว์น้ำเช่นหมึก ลูกปลา ที่มองเห็นด้วยตาเปล่า ไปจนถึงสัตว์และพืชน้ำที่เล็กจนมองไม่เห็น และหน้าที่ของมันเท่าที่เรารู้จักและรับข้อมูลกันมา ก็คือเป็นอาหารของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ ตั้งแต่เพรียง หอยต่างๆ ไปจนถึงวาฬ

เมื่อไม่นานมานี้ องค์กร Tara Expeditions จากประเทศฝรั่งเศส ได้ริเริ่มโครงการ Tara Oceans พร้อมด้วยความร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์ราว 200 คนจากอีก 45 ประเทศ เพื่อร่วมกันศึกษาชีวิตของแพลงก์ตอนอย่างจริงจังตามแหล่งน้ำจืดและน้ำเค็มกว่า  210 แห่งทั่วโลก และได้มีการเก็บรวบรวมตัวอย่างแพลงก์ตอนกว่า 35,000 ตัวอย่าง เพื่อนำมาศึกษาพฤติกรรมการดำรงชีวิต และทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับพันธุกรรม และการเคลื่อนไหวต่างๆ ของแพลงก์ตอนเหล่านั้น

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคือ แพลงก์ตอนจะกำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศด้วยวิธี photosynthesis ทำให้คาร์บอนเหล่านั้นแปรสภาพเป็นอินทรีย์สาร นั่นคือพวกมันช่วยโลกของเราไว้จากการทำลายล้างของมนุษย์ ที่ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศตลอดเวลาจนเกิดสภาพเรือนกระจก

นอกจากนั้น แพลงก์ตอนในกลุ่มไดอะตอม ซึ่งเป็นพืชเซลเดียวขนาดเล็ก ยังผลิตอ๊อกซิเจนออกมาเป็นจำนวนมากให้เราใช้หายใจด้วย

จากการคำนวนของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก Tara Oceans ระบุว่าปริมาณออกซิเจนที่แพลงก์ตอนประเภทไดอะตอมผลิตออกมานั้น มากมายไม่แพ้ป่าฝนในเขตร้อนหรือป่าดิบชื้นเลยทีเดียว

ผลการศึกษาครั้งนี้ช่วยยืนยันได้ว่า มหาสมุทรคือแหล่งผลิตอ๊อกซิเจนแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กักเก็บความร้อน ทำให้โลกเราไม่เผชิญกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากเกินไป

แต่คุณภาพของแหล่งน้ำที่ลดลงทุกวันนี้จากสารเคมี ขยะ น้ำมันที่รั่วลงทะเล และอื่นๆล้วนมีส่วนลดจำนวนแพลงก์ตอนลง

มนุษย์จะงอมืองอเท้าใช้ทรัพยากรจากโลกเท่านั้นหรือ ในเมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วยังพยายามช่วยโลกใบนี้ไว้

อ้างอิง http://www.rte.ie/news/2015/0522/703019-results-of-massive-plankton-study-published/
เรียบเรียงโดย @MrVop