31 มกราคม 2561 ครั้งแรกในรอบ 152 ปี ของปรากฏการณ์ Super blue blood moon

ดวงจันทร์เกิดปรกฏการณ์ 3 อย่างพร้อมกันคืนนี้ คือ Super moon เกิดจากวงโคจรที่เป็นวงรี จังหวะเข้าใกล้โลก Blue moon เป็นเรื่องของปฏิทิน และ Blood moon คือจันทรุปราคาในระยะมราดวงจันทร์เข้ามาใกล้โลกมา แสงอาทติย์จะเลี้ยวทำให้เกิดสีแดง

3 อย่างรวมกันนี้ เกิดไปครั้งสุดท้ายเมื่อ 31 มี.ค. 2409 หรือ 152 ปีที่แล้ว ช่วงรัชกาลที่ 5 ยังทรงผนวช

3 สิ่งที่โดดเด่นคืนนี่้สิ่งที่เข้าใจยากหน่อยคือ Blue moon ซึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างปฏิทินสุริยคติ และจันทรคติ นั่นคือการมีจันทร์เพ็ญครั้งที่ 2 ภายในเดือนทางสุริยคติเดือนเดียวกัน โดยคำว่า Blue ไม่ได้แปลว่าน้ำเงิน

ที่มาของคำว่า Blue มีหลายที่มา เช่น ปกติดวงจันทร์จะเพ็ญ 12 ครั้งใน  1 ปี ครั้งที่ 13 คือเกินมาฝรั่งเรียก “belewe” แปลว่า ไม่ซื่อ แล้วเพี้ยนเสียงมาเป็น Blue moon

อีกสายหนึ่งก็บอกว่ามันจากการตั้งชื่อพระจันทร์ไว้ 12 ชื่อสำหรับคนอเมริกันไว้เรียกจันทร์เพ็ญเดือนต่างๆเช่นWolf Moon ของเดือนมกราคม  Pink Moon ของเดือนเมษายน Strawberry Moon ของเดือนมิถุนายน เป็นต้น พอมีจันทร์เพ็๋ญครั้งที่ 13 ที่ไม่มีชื่อ จึงเรียก Blue moon

อีกสายหนึ่งก็ว่าเพราะมันเกินมาในไตรมาส คือใน 1 ปีมี 4 ไตรมาส แต่ละไตรมาสคือ 3 เดือนที่ปกติจะมีจันทร์เพ็ญ 3 ครั้ง ทีนี้ไตรมาสไหนมีจันทร์เพ็ญครั้ง ที่ 4 จึงเรียก Blue moon

ยังมีที่มาของคำว่า Blue moon อีกเยอะ แต่หากจะถามว่าโลกเคยมีพระจันทร์สีน้ำเงินจริงๆไหม ก็มีหลายครั้ง เช่นครั้งที่ภูเขาไฟพินาตูโบระเบิด เถ้าเขม่าในบรรยากาศก็ก่อให้สีดวงจันทร์เพี้ยนไปได้

ส่วนที่มาของ Blood moon นั่นเพราะจันทรุปราคาในคืนนี้ ดวงจันทร์อยู่ใกล้โลกเพราะเป็นช่วงซุปเปอร์มูน ไม่ได้อยู่ใกล้จุดโฟกัสเงา แสงอาทิตย์จากฝั่งกลางวันจะ “เลี้ยว” ผ่านขอบโลกก่อให้เกิด “สีแดง” สาดไปที่ดวงจันทร์ เห็นเป็นสีแดงอิฐ หรือเรียกเท่ๆว่าสีเลือด

เรียบเรียงโดย @MrVop