นักดาราศาสตร์ได้คำอธิบายใหม่แก้ข้อสงสัยที่คาใจมาหลายสิบปีเครื่องความร้อนของบรรยากาศชั้นโคโรนา

ไฟทั่วไปยิ่งใกล้ยิ่งร้อน แต่ดวงอาทิตย์มีปริศนาที่ต่างออกไป คือ จะร้อนจัดตรงจุดที่ห่างผิวออกมา

ผิวดวงอาทิตย์ที่เราเห็นกันว่าสว่างจ้านั้น เราเรียกว่า “โครโมสเฟียร์” (chromosphere) ผิวนี้มีอุณหภูมิราวๆ 5,500°C  ขณะที่ในบรรยากาศชั้นบนที่ห่างไกลจากผิวออกมาค่อนข้างมาก และมีชื่อเรียกโดยเฉพาะว่า “โคโรนา” (Corona) นั้น มีอุณหภูมิร้อนจัดยิ่งกว่าผิวหลายร้อยเท่า คือตกราวๆ 2-3 ล้านองศาเลยทีเดียว

เรื่องนี้ทำเอานักดาราศาสตร์มึนตึ๊บกันมาหลายสิบปี เรียกว่าตั้งแต่ทราบเรื่องนี้เมื่อ 1940 เลยทีเดียว ต่างคนต่างหาคำอธิบายมาแก้ไขข้อสงสัย แต่ก็ไม่อาจสรุปได้ซะที

ล่าสุด NASA ได้เครื่องมือใหม่ เรียกว่า IRIS หรือ Interface Region Imaging Spectrograph มาแยกยะภาพถ่ายจากดวงอาทิตย์ และเชื่อว่ากุญแจสำคัญของอุณภูมิที่แตกต่างกันมหาศาลนั้น มาจากสิ่งเรียกว่า  “heat bombs” หรือ nanoflares

คำอธิบายก็คือ บนผิวดวงอาทิตย์เหนือจากโครโมสเฟียร์ขึ้นมา แต่อยู่ใต้โคโรนา มีเส้นแรงแม่เหล็กพลังงานสูงไขว้กันไปมามากมายตลอดเวลา การกระทบของเส้นแรงแม่เหล็กในส่วนนี้ ก่อให้เกิดการประทุแบบ solar flare และเกิดติดต่อกันไม่หยุด ซึ่งสร้างความร้อนออกมามหาศาล แต่ที่เราไม่อาจทราบเรื่องนี้มาก่อน ก็เพราะเรามองไม่เห็นกิจกรรมเหล่านี้ในเครื่องมือรุ่นเก่า เช่นกล้องที่ติดไว้บนยาน SDO แต่สำหรับเครืองมือใหม่อย่าง IRIS จะช่วยให้เราเห็นและเข้าใจกิจกรรมก่อความร้อนจากกระแสแม่เหล็กที่ไขว้กันยุ่งเหยิง และสุดท้ายก็ส่งความร้อนนี้ลอยตัวขึ้นไป (ความร้อนลอยตัวขึ้นตามปกติอยู่แล้ว) สะสมตัวในบรรยากาศชั้นโคโรนา และนั่นคือคำตอบของความร้อนจัด ณ จุดห่างไกล อย่างที่เห็น

ที่มา http://www.iflscience.com/space/heat-bombs-may-explain-why-the-suns-outer-atmosphere-is-so-hot/

เรียบเรียงโดย @MrVop