นักวิทยาศาสตร์ชาวยุโรปคิดว่าตอนนี้พวกเขาสามารถอธิบายด้วยความมั่นใจว่าอะไรเป็นแรงผลักดันให้ขั้วแม่เหล็กโลเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากแคนาดาไปสู่ไซบีเรีย

โลกเรามีขั้วเหนืออยู่ 3 ขั้ว (ขั้วใต้ด้วย) ขั้วเหนือแรกคือขั้วเหนือทางภูมิศาสตร์หรือ Geographic Pole ซึ่งก็คือแกนหมุนของโลกตามแนวตั้ง ต่อมาคือขั้วเหนือของแม่เหล็กโลก หรือ Geomagnetic Pole ซึ่งเป็นขั้วแม่เหล็กใต้ ที่มีตำแหน่งขั้วเป็นไปตามการคำนวน และสุดท้ายคือ Dip Pole หรือขั้วเหนือแม่เหล็กจริง ขั้วนี้คือจุดที่เส้นแรงแม่เหล็กจะตั้งฉากพุ่งลงสู่แกนโลก ขั้วนี้ค้นพบโดยการสำรวจของเจมส์ คลาร์ก รอสส์ในยุค 1830 เป็นขั้วเหนือที่เข็มทิศแบบโบราณจะชี้ไปหาเสมอ รวมทั้งเป็นขั้วเหนือที่กำลังพูดถึงในบทความนี้ว่ามันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วจากแคนาดา มุ่งไปทางไซบีเรีย

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีดส์ นำโดย ดร. ฟิล ลิเวอร์มอร์ พบว่าลึกลงไปในเนื้อหินหลอมเหลวของโลก มี “ฟองแม่เหล็ก” ขนาดยักษ์ 2 ฟองอยู่ตรวข้ามกัน ฟองทั้งสองนี้จะเป็นตัวดึงให้ขั้วแม่เหล็กจริงหรือ Dip pole ของโลกขยับเข้าไปหาตัวเองเหมือนชักกะเย่อกัน โดยล่าสุดฟองแม่เหล็กฝั่งเอเชียเป็นฝ่ายชนะ จึงได้ดึงขั้วเหนือแม่เหล็กจากฝั่งแคนาดา ข้ามมาทางรัสเซีย

การเคลื่อนที่ของขั้วแม่เหล็กเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะทำให้ระบบนำทางต่างๆที่ทำงานด้วยสนามแม่เหล็กเกิดการรวนตามไปด้วย ทางหน่วยงานต่างๆจึงต้องคอยอัพเดทตำแหน่งตามขั้วแม่เหล็กนี้เสมอ และล่าสุดศูนย์ข้อมูลธรณีฟิสิกส์แห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ก็ได้อัพเดท แบบจำลองแม่เหล็กโลกเมื่อต้นปีที่แล้ว

งานวิจัยนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสาร Nature ตามนี้ https://www.nature.com/articles/s41561-020-0570-9.epdf

ที่มาและเครดิตภาพ https://www.bbc.com/news/science-environment-52550973

อ้างอิง https://www.ngdc.noaa.gov/geomag/GeomagneticPoles.shtml

เรียบเรียงโดย @MrVop