มีข่าวลือดาวเคราะห์น้อย “เบนนู” จะชนโลก จากหลายสื่อ ทางเราขอสรุปข้อเท็จจริงให้ทราบดังนี้

asteroide

เรื่องส่วนตัว

  • ดาวเคราะห์น้อยนี้ชื่อ เบนนู หรือ Bennu (ชื่อมาจากนกกระสาเทพของอียิปต์โบราณ)
  • รหัส MPC ของเบนนูคือ 101955 เขียนเต็มๆว่า “101955 Bennu”
  • โค้ดเนมเมื่อขณะค้นพบคือ 1999 RQ36*
  • วงโคจรของเบนนูเป็นแบบ Apollo **
  • ระยะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด 0.89689 AU
  • เบนนู มีขนาดราว 0.490 กม. มวลราว 60 ล้านตัน
  • ความเร็วพุ่งชน 12.68 กม./วินาที
  • ความสว่างปรากฏ 20.9 แมกนิจูด
  • ภาพถ่ายจากองค์การ ISRO ของอินเดีย พบว่า ดาวเคราะห์น้อยเบนนูมี “อะไรดำๆ” คล้ายรูปทรงปิรามิด แปะอยู่บนตัวมัน (ดูรูปบน)

OSIRIS-REx-Spacecraft-at-Bennu

มีแขกไปเยือน

  • นาซาจะส่งยานไปสำรวจตามโครงการ Osiris rex โอไซริส – เร็กซ์
  • ชื่อโครงการย่อมาจาก Origins, Spectral Interpretation, Resource Identification, Security, Regolith Explorer แต่ตั้งใจให้ย่อออกมากเป็นชื่อเทพอียิปต์โบราณ โอไซริส เพื่อให้สอดคล้องกับเบนนู
  • ปีกรับแสงอาทิตย์ของยานทำเป็นรูปตัว Y เพื่อหลบเศษหินขณะเข้าใกล้เบนนู
  • ยานจะออกจากโลกวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2559 ที่แหลมคานาเวอรัล โดยจรวด Atlas V
  • ยานไปถึงเบนนูปี 2561 เก็บตัวอย่างหินหนักราว 60 กรัม โคจรถ่ายภาพ วัดค่าโฟตอนและอื่นๆ จากนั้นก็เดินทางกลับ โดยจะกลับถึงโลกในปี พ.ศ.2566
  • สิ่งที่นักดาราศาสตร์จะได้จากการสำรวจนอกจากชิ้นส่วนดินหินองค์ประกอบแล้ว ก็คือผลของ Yarkovsky Effect ที่จะนำมาประกอบการคำนวนวงโคจรอย่างละเอียดว่า เบนนู จะเข้าชนโลกในอนาคตจริงหรือไม่

mqdefault

การเข้าชน

  • 159 ปีจากนี้ไป (พ.ศ. 2718 เป็นต้นไป) จะเริ่มเข้าช่วงเสี่ยงจากการเข้าชนของ เบนนู
  • ผลคำนวนล่าสุดของนาซา ดาวเคราะห์น้อยเบนนู มีโอกาสชนโลก 1 ใน 2,700 หรือพูดอีกอย่างให้สบายใจคือ 99.963% ที่จะผ่านโลกไปโดยไม่ชน
  • เบนนูจะโคจรผ่านโลกอีกหลายรอบ โดยวงโคจรจะชิดใกล้โลกและห่างออกไปเป็นคาบๆทุกครั้งที่ผ่านไป (ทุกเดือนกันยายนของหลายปีจากนี้ไป)
  • การชนจะเกิดขึ้นหรือไม่ ต้องรอดูวงโคจรรอบก่อนรอบสุดท้ายว่าจะผ่านจุดที่เรียกว่า “รูกุญแจ” หรือ key hold หรือไม่ (เป็นจุดว่างๆในอวกาศที่คำนวนไว้) ถ้าผ่านจุดนี้ แสดงว่ารอบต่อไปจะมีการชนเกิดขึ้นได้สูงมาก
  • ความผิดเพี้ยนของวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยที่อาจทำให้คำนวนผิด ขึ้นอยู่กับ Yarkovsky Effect ***
  • ยานโอไซริส – เร็กซ์ จะหาทางวัดผลของ Yarkovsky Effect *** เพื่อนำมาประกอบผลคำนวนให้แม่นยำ ซึ่งเราจะได้ผลนี้ก็หลังจากปี 2566 ไปแล้ว

 

อ้างอิง http://neo.jpl.nasa.gov/risk/a101955.html
https://arxiv.org/abs/0901.3631
*โค้ดเนมดาวเคราะห์น้อยจะตั้งตาม ปี  ปักษ์ และลำดับในปักษ์ อ่านรายละเอียด
**วงโคจรดาวเคราะห์น้อยมี 4 แบบ

  1. ใหญ่กว่าวงโคจรโลกและไม่มีจุดตัดเรียก Amor
  2. ใหญ่กว่าวงโคจรโลกและมีจุดตัดเรียก Apollo
  3. เล็กกว่าวงโคจรโลกและไม่มีจุดตัดเรียก IEO (Inner Earth Object)
  4. เล็กกว่าวงโคจรโลกและมีจุดตัดเรียก Aten

*** Yarkovsky Effect คือผลของโฟตอนจากดวงอาทิตย์ที่เข้าไปหนุนหรือหักล้างวงโคจรของดาวเคราะห์น้อย ในกรณีที่ดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางเดียวกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันเพิ่มขึ้นแลเอียงออกจากดวงอาทิตย์ แต่หากดาวเคราะห์น้อยหมุนรอบตัวเองในทิศทางตรงข้ามกับวงโคจรของมันรอบดวงอาทิตย์ กระแสโฟตอนจะส่งผลให้ความเร็วของมันลดลงและเอียงเข้าหาจากดวงอาทิตย์ ซึ่งในกรณีของดาวเคราะห์น้อยในตระกูล Apollo ถือว่าไม่ดีเพราะจะเพิ่มโอกาสการเข้าชนโลก

เรียบเรียงโดย @MrVop