สภาพเอลนีโญปีนี้ที่รุนแรงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ทำให้พายุในโซนไต้ฝุ่น (ด้านตะวันตกของแปซิฟิค) เกิดน้อยกว่าที่เคยเป็น และพายุในโซนเฮอริเคน (ด้านตะวันออกของแปซิฟิค) เกิดมากขึ้นจนผิดปกติ สุดท้ายก็มีพายุ “ข้ามแดน” มาและต้องเปลี่ยนคำเรียกชนิดพายุ

พายุไซโคลน เฮอริเคน ไต้ฝุ่น เป็นพายุชนิดเดียวกัน ต่างกันเฉพาะน่านน้ำที่เป็นแหล่งกำเนิด ไม่ได้แตกต่างที่พลังทำลายเหมือนที่เข้าใจกันผิดๆ ทั้งหมดคือพายุหมุนเขตร้อนในระดับแรงสุดที่ทวีความเร็วลมขึ้นจากพายุโซนร้อนเหมือนๆกัน

พายุหมุนเขตร้อนในระดับแรงสุดในโซนตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิคเรียกว่า “ไต้ฝุ่น”

พายุหมุนเขตร้อนในระดับแรงสุดในโโซนตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิค และซีกเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติคเรียกว่า “เฮอริเคน”

พายุหมุนเขตร้อนในส่วนน่านน้ำที่เหลือของโลกเช่นมหาสมุทรอินเดีย หรือมหาสมุทรแปซิฟิคในซีกโลกใต้เรียก “ไซโคลน”

เมื่อพายุหมุนเขตร้อนในระดับแรงสุดข้ามเส้นแบ่งโซน เราจะเปลี่ยนคำเรียกพายุนั้น เช่นไต้ฝุ่นเกย์เมื่อปี 2532 นั้นเกิดจากฝั่งอ่าวไทยแล้วข้ามภาคใต้ตอนบนไปลงทะเลฝั่งอันดามัน ก็เปลี่ยนชื่อเรียกเป็นพายุไซโคลน เป็นต้น

และครั้งนี้ พายุเฮอริเคน 03C ชิ้่อ กิโล Kilo ก็ทำสถิติที่ต้องจารึกไว้ เมื่อเคลื่อนที่จากโซน C หรือโซนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิค ข้ามเส้นแบ่งเวลาที่ 180°C แล้วเคลื่อนมาทางตะวันตก จึงเป็นอันว่าต้องเปลี่ยนคำเรียกจาก  “เฮอริเคน” เป็น  “ไต้ฝุ่น” และเข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบในการติดตามโดยฝั่งหน่วยงานของสหรัฐฯ มาสู่การติดตามพายุของหน่วยงานฯญี่ปุ่นแทน

นอกจากข้ามโซนแล้ว พายุหมุนเขตร้อนในแปซิฟิคปีนี้ยังสามารถทวีกำลังขึ่้นไปถึงระดับ “ซุปเปอร์”ได้โดยง่าย จากระดับอุณหภูมิของน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เราต้องการป่าเขตร้อน ต้องการต้นไม้จำนวนมากเพื่อคงสภาพบรรยากาศโลกไว้ แต่คงไม่ทันแล้ว

เรียบเรียงโดย @MrVop
เครดิจภาพ NOAA และ TSR