สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ได้ประกาศผลโหวดการตั้งชื่อดาว และประเทศไทยได้เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ชนะเลิศ

เมื่อ 16:00 ของวันที่ 15 ธ.ค.58 ที่ผ่านมา ทางสหพันธ์ดาราศาสตร์สากล ( IAU ) ได้ประกาศผลโหวตการตั้งชื่อดาวฤกษ์จำนวน 14 ดวงและดาวเคราะห์นอกระบบจำนวน 31 ดวง

ปรากฏว่าประเทศไทย ได้เป็น 1 ใน 6 ของประเทศในกลุ่มเอเชียแปซิฟิคที่ถูกเลือก ร่วมกับอีกหลายประเทศในทวีปอื่นทั่วโลก

ประเทศไทยเลือกที่จะเข้าประกวดการตั้งชื่อระบบดาวเคราะห์ต่างพิภพ 47UMa  หรือชื่อเต็มคือระบบ  47Ursae Majoris ซึ่งเป็นดาวฤกษ์เล็กๆดวงหนึ่ง ห่างโลกเราออกไปราว 45.9 ปีแสง ตั้งอยู่ระหว่างขาหลังของกลุ่มดาวหมีใหญ่

เราเลือกชื่อ “ชาละวัน” เข้าร่วมโหวดเป็นชื่อจริงของดาวฤกษ์นี้

พูดถึงกลุ่มดาวหมีใหญ่นี้ คนไทยไม่ได้เห็นเป็นรูปหมี แต่เน้นเฉพาะดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด 7 ดวงในกลุ่มดาวนี้ ซึ่งเรียงตัวเป็นรูปกระบวย ประกอบกับอีก 3 ดวงจางๆ เรารวมเรียกดาว 10 ดวงนี้ว่า กลุ่มดาวจระเข้ ซึ่งจะมองเห็นในท้องฟ้าทิศเหนือตอนกลางคืน

47umamap

ตำแหน่งของ 47Uma อยู่ระหว่างขาหลังของกลุ่มดาวหมีใหญ่ (คนไทยเรียกดาวจระเข้)

ในปี 1996 สองนักดาราศาสตร์ Geoffrey Marcy และ R. Paul Butler ได้พบว่ามีดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง โคจรรอบดาวฤกษ์ 47UMa  ที่เรากำลังพูดถึงนี้ ทาง IAU ตั้งชื่อชั่วคราวให้ดาวเคราะห์นี้ว่า 47UMa b

ตั้งแต่นั้นมาดาวฤกษ์ 47UMa ก็ถูกจับตา เพราะเลื่อนขั้นจากดาวฤกษ์ธรรมดาผู้โดดเดี่ยว กลายมาเป็น “ระบบดาว” คือมีครอบครัว มีดาวเคราะห์โคจรรอบๆเหมือนระบบสุริยะของเรา

และไทยก็ส่งชื่อ ตะเภาทอง เข้าประกวดเพื่อใช้เรียกดาวเคราะห์ 47UMa b (อย่าลืมตัว b)

47_Ursae_Majoris_b

ภาพวาด มุมมองจากดาวเคราะห์ตะเภาทอง และชาละวันที่ทำหน้าที่เป็นดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้

ต่อมาในปี 2002 ก็มีการประกาศการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่สองที่โคจรรอบดาวฤกษฺ 47Uma โดย Debra Fischer ร่วมกับสองคู่หู Geoffrey Marcy และ R. Paul Butler ทาง IAU ตั้งชื่อชั่วคราวให้ดาวเคราะห์นี้ว่า 47UMa c

ไทยเราส่งชื่อ ตะเภาแก้ว ไปเข้าประกวดเพื่อใช้เรียกดาวเคราะห์ 47UMa c  นี้ (อย่าลืมตัว c)

47UMa

ยัง ยังไม่จบ ในปี 2010 ก็มีการค้นพบดาวเคราะห์ดวงที่ 3 อีก และทาง IAU ตั้งชื่อชั่วคราวให้ดาวเคราะห์นี้ว่า 47UMa d แต่ไม่นำเข้ามาร่วมประกวดในครั้งนี้ เพราะต้องรอยืนยันข้อมูลอีกหลายอย่าง

ก็ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่ชื่อที่ส่งประกวดจากประเทศไทยได้รับเกียรตินี้ ถือเป็นการนำเรื่องราวนิทานพื้นบ้านและเอกลักษณ์ไทยออกไปให้โลกรู้จัก เพราะตอนคนมาลงคะแนนโหวด เขาจะอ่านประวัติด้วยว่า ชาละวันเป็นใคร ตะเภาแก้วตะเภาทองเป็นใคร และนั่นอาจทำให้ผู้คนทั่วโลกเลือกที่จะโหวดชือนี้ เพราะมีเรื่องราวผูกพันกันอย่างน่าสนใจ (ชาละวันชิงนางตะเภาทองตัวลูกเศรษฐีไปเป็นภรรยา เดือดร้อนไกรทองไปปราบ จนเศรษฐีได้ยกนางตะเภาทองและน้องสาวคือตะเภาแก้วให้เป็นภรรยาหลังชาละวันสิ้นฤทธิ์)

**รูปแบบการเรียกชื่อที่มีตัวเลนำหน้า เป็นการเรียกชื่อแบบ Flamsteed  ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมเรียกชื่อดาวฤกษ์รองมาจากวิธีแบบ  Bayer ที่ใช้อักษรกรีกนำหน้าชื่อ

**ชาละวัน เป็นดาวฤกษ์แคระเหลืองส้มชนิด G1V (ร้อนกว่าดวงอาทิตย์) มีมวล 1.03 เท่าและมีความสว่างราว 1.54 +/- 0.13 ของดวงอาทิตย์ของเรา มีอายุราว 6 พัน 2 ร้อยล้านปี (แก่กว่าดวงอาทิตย์ของเรานิดหน่อย) มีดาวเคราะห์โคจรรอบ 3 ดวง (ยืนยันแล้ว 2 ดวงคือตะเภททองและตะเภาแก้ว)

อ้างอิง http://nameexoworlds.iau.org/names
http://www.solstation.com/stars2/47uma.htm
เรียบเรียงโดย @MrVop