มีกฏอยู่ข้อหนึ่งของการพาดหัวข่าวตามสื่อต่างๆเรียกว่าฏของ Betteridge นั่อคือ หากมีการพาดหัวข่าวในแง่ลบ โดยเฉพาะในข่าวที่อ่อนไหว เนื้อหาข่าวภายใน จะต้องเริ่มต้นด้วยคำว่า ” ไม่ ” หรือ ปฏิเสธข่าวที่พาดหัวนั้น แต่รอบนี้เราจะแหกกฏการพาดหัวซะหน่อย ใช่แล้ว ปืนใหญ่เลเซอร์ที่โคจรรอบโลกนอกจากเป็นเทคโนโลยีที่น่าทึ่งแล้ว มันยังเป็นหนทางที่ค่อนข้างเชื่อมั่นได้เลยทีเดียวในการกวาดล้างขยะอวกาศจำนวนมหาศาลที่ล้อมโลกเราอยู่เวลานี้

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความรู้จักเจ้าขยะอวกาศกันก่อน เจ้าขยะนี้จริงๆคือเป็นเศษชิ้นส่วนของดาวเทียม จรวด ยานอวกาศ และอื่นๆที่มนุษย์เอาไปทิ้งไว้ตามวงโคจรรอบโลกในเกือบทุกระดับความสูงตั้งแต่สมัยหลายสิบปีที่แล้วที่เริ่มสำรวจอวกาศจวบจนถึงทุกวันนี้ เจ้าขยะอวกาศที่่ว่านี้มีเป็นจำนวนมาก แถมยังมีความเป็นอันตรายค่อนข้างมากเลยทีเดียว ทุกวันนี้มีขยะอวกาศชิ้นใหญ่กว่ากำปั้นราว 25,000ชื้น อยู่ในวงโคจรรอบโลก และมีอีกกว่าอีกครึ่งแสนที่มีขนาดราวเหรียญบาทเล็ก หรือถ้าจะนับขนาดระดับมิลลิเมตรนี่ จะมีอยู่เป็นล้านชิ้นเลยทีเดียว  ขยะอวกาศพวกนี้ โคจรรอบโลกด้วยความเร็วถึง  30,000 กม./ ชั่วโมง หรือเร็วราวๆ  10 เท่าของลูกกระสุนที่ยิงออกมาจากปากประบอกปืนไรเฟิล เห็นปัญหาแล้วรึยัง ว่าขยะอวกาศพวกนี้ อันตรายขนาดไหน

จวบจนเวลานี้แม้ยังไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเหมือนในหนังเรื่อง Gravity แต่ความจริงมันก็มีอยู่ว่าในปี 2009 ดาวเทียมสื่อสาร Iridiun มูลค่า 50 ล้าน เหรียญ ปะทะกับดาวเทียมหมดอายุของโซเวียตจนพังเสียหายยับเยิน หลังจากนั้น อีก 3 ปีต่อมา ดาวเทียม Fermi space observatory ก็เกือบไม่รอดจากการพุ่งชนโดยซากดาวเทียมเก่าของโซเวียตอีกเช่นกัน ทุกวันนี้นาซาต้องหุ้มสถานีอวกาศนานาชาติด้วยวัสดุพิเศษ ซี่งป้องกันการถูกชนโดยขยะอวกาศขนาดเล็กได้บ้าง แต่หากพบว่ากำลังจะมีขยะอวกาศขนาดใหญ่เข้ามาในเส้นทางที่จะชนแน่แล้ว ทางนาซาก็จำเป็นต้องสั่งให้สถานีอวกาศโยกหลบขยะนั้น ซึ่งถือเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายทั้งเวลาและพลังงานจากขยะพวกนี้โดยไม่จำเป็น

ขยะอวกาศพวกนี้เพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วด้วยการชนกันเองแล้วแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และมันจะคงอยู่นานหลายปีหรืออาจถึงร้อยปีในวงโคจรระดับล่างแล้วจึงตกลงเผาไหม้ในบรรยากาศโลก แต่หากมันอยู่เลยขึ้นไปในความสูงระดับวงโคจร geosynchronous หรือวงโคจรสถิต ซึ่งเป็นระดับความสูงที่ดาวเทียมสื่อสารและอุตุนิยมใช้กัน ขยะอวกาศเหล่านั้นก็จะวนไปรอบโลกตลอดกาลไม่ตกลงมาอีกเลย และนี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ปืนใหญ่เลเซอร์จะเข้ามามีบทบาท

โทชิคัซสุ เอบิซูซากิ และทีมงานที่ศูนย์วิจัย  RIKEN ประเทศญี่ปุ่น ได้วางแผนที่จะกวาดล้างขยะออกจากววงโคจรรอบโลกทุกความสูงด้วยการใช้แสงเลเซอร์ โดยแสงนี้ไม่จำเป็นจะต้องไปหลอมละลายหรือทำลายชิ้นส่วนของขยะะอวกาศให้หมดไปโดยสิ้นเชิงแต่อย่างโดย หลักการของการกำจัดขยะอวกาศด้วยแสงเลเซอร์คือเจอชิ้นเล็กก็ยิงให้หายไป หากเจอชิ้นใหญ่ก็ใช้แรงยิงของลำแสง ลดความเร็วของชิ้นส่วนเหล่านี้ลง จนสุดท้ายชิ้นส่วนอวกาศจะพ่ายแพ้ต่อแรงโน้มถ่วงของโลก (ทุกสิ่งรอบโลกโคจรอยู่ได้เพราะอาศัยแรงหนีศูนย์ที่สร้างจากความเร็ว) และปล่อยให้เป้นหน้าที่ของบรรยากาศโลกที่จะเผาไหม้เศษขยะเหล่านั้นต่อไปเองจนเป็นผุยผง

 

หลักการทำงานของดาวเทียมติดตั้งปื้นใหญ่เลเซอร์นั้น ต้องว่ากันที่เงินทุน เอ๊ย ระบบการค้นหาเป้าก่อน โดยคอนเซปต์ที่ใช้ในการค้นหาเป้าของ เอบิซูซากิและทีมงาน ได้มาจากโครงงาน  Extreme Universe Space Observatory หรือ  EUSO ของนาซา ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนาโดยมีเป้าหมายจะนำไปติดตั้งในสถานีอวกาศนานาชาติในปี 2017 โครงงาน EUSO นั้นสร้างขึ้นเพื่อตรวจหาอนุภาคนิวตริโนและรังสีคอสมิคพลังงานสูงจากนอกโลกโดยสังเกตการชนกับเศษฝุ่นในบรรยากาศโลกแล้วเรืองแสงออกมา แต่ของเอบิซูซากิ นำหลักการนี้มาใช้กลับกัน คือใช้รังสีตรวจหาเศษฝุ่นแทน

หลังจากที่ระบบจับเป้าได้ ก้าวต่อไป แน่นอน ก็เป็นเรื่องของการยิงด้วยปืนเลเซอร์ ซึ่งโดยขั้นแรกนั้นทางศูนย์วิจัย RIKEN ตั้งใจจะใช้ปืนเลเซอร์ต้นแบบขนาด 10 วัตต์ยิงในระดับความถี่ 100 พัลซ์ต่อวินาที ลองนำไปติดตั้งบนสถานีอวกาศนานาชาติก่อน  โดยลำแสงนี้น่าจะมีพลังพอจะยิงไปโดนชิ้นส่วนขยะที่รัศมีความไกล 100 กิโลเมตรได้สบาย และหลังจากทุกอย่างออกมาดี ก็จะพัฒนาต่อ โดยสร้างดาวเทียมติดตั้งปืนใหญ่เลเซอร์ของจริง โดยเลเซอร์นี้จะมีพลังงานสูงถึง 500,000 วัตต์ และยิงในระดับความถี่  50,000 พัลซ์ต่อวินาที ซึ่งคำนวนแล้วเพียงพอที่จะกำจัดชยะอวกาศในอัตราปีละ 100,000 ชิ้นเป็นอย่างน้อย ทางทีมวิจัยคุยไว้ว่ายังไงก็จะกวาดล้างวงโคจรรอบโลกให้สะอาดให้ได้หากโครงงานได้รับการอนุมัติและมีการลงทุนขึ้นมาจริงๆ

เราก็หวังจะได้รับข่าวดีจากทาง RIKEN และที่ทำได้เวลานี้ก็คือรอลุ้นข่าวการทดสอบรอบแรกก่อน (ตอนนี้ยังไม่มีคนลงทุนรอบแรกเลยด้วยซ้ำ) หลังจากนั้ค่อยว่ากันอีกที

 

เรียบเรียงโดย @MrVop