เมื่อเกษตรกรสู้กับศัตรูพืช ความแห้งแล้ง น้ำท่วม ฯลฯ ไม่ไหว ก็มีการคิดค้นพืชตัดต่อพันธุกรรม (Genetically modified Organism) หรือ พืช GMO ขึ้นมา เพื่อให้เกิดพืชที่มาจากวิธีการนี้สามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ใช้น้ำน้อย ทนดินเค็ม ทนต่อการรุกราน ทำลาย ของแมลงหรือศัตรูพืชด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง

ในวงการสำรวจอวกาศก็เริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว จากแนวคิดดั้งเดิมที่พยายามปรับสร้างยานอวกาศเพื่อให้สามารถป้องกันรังสีอันตรายพลังงานสูงต่างๆ หรือการสร้างสภาพแรงโน้มถ่วงเทียมคือให้ยานหมุนเหวี่ยงรอบตัวให้เกิดแรงหนีศูนย์แทนแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากรเป็นอย่างมาก เพียงเพื่อให้ยานอวกาศสามารถรองรับมนุษย์ปกติให้เดินทางไปในอวกาศเป็นเวลานานโดยไม่เจ็บป่วยหรือแขนขาลีบเล็กลง  แต่หากเราเปลี่ยนมุมมองใหม่ แทนที่จะปรับสภาพแวดล้อมยาน เราหันมาปรับที่ตัวมนุษย์อวกาศโดยตรง คือสร้างมนุษย์อวกาศ GMO ขึ้นมาแทนมนุษย์อวกาศธรรมดา ซึ่งมนุษย์อวกาศ GMO เหล่านี้จะทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายต่างๆในอวกาศได้สบาย ทนทานรังสี ทนต่อการสูญเสียมวลกระดูกและกล้ามเนื้อแก่ภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เราก็จะประหยัดเวลาและทรัพยากรและความฝันที่จะส่งมนุษย์ไปสำรวจอวกาศระยะไกลก็จะเป็นจริงได้ในอนาคตอันใกล้นี้

ประเด็นนี้เป็นที่สนใจในหมู่นักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศ ที่งานประชุมเชิงปฏิบัติการซึ่งจัดขึ้นที่เมืองฮันท์สวิลล์ รัฐอาลาบามาเมื่อเร็วๆนี้ โดยมีการโต้เถียงในหลายมุมมอง แต่แนวคิดนี้ค่อนข้างชัดเจน เพราะหากเรามัวแต่มานั่งรอให้มนุษย์เกิดวิวัฒนาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ในอวกาศได้เองอาจต้องใช้เวลาเป็นหมื่นปี เราจึงต้องเข้าไปจัดการตัดต่อพันธุกรรมจนเกิดเป็นมนุษย์พันธุ์ใหม่ที่เกิดมาเพื่ออยู่ในอวกาศโดยเฉพาะ ซึ่งก็ต้องมาดูข้อโต้แย้งเกี่ยวกับผลกระทบเชิงจริยธรรมและอื่นๆด้วย

หารายละเอียดต่อ http://www.bbc.com/future/story/20171123-will-we-ever-have-genetically-modified-astronauts
เครดิตภาพ yournewswire.com
เรียบเรียงโดย @MrVop