พายุหมุนเขตร้อนทั่วโลก มีที่มาที่ไปของชื่ออย่างไร

พายุหมุนเขตร้อน คือ พายุที่เกิดใน “เขตร้อน” นั่นคือจากละติจูด 23.5°N ถึง 23.5°S

พายุหมุนเขตร้อนจะเกิดบนทะเลเสมอ ไม่เคยเกิดบนพื้นดิน และชื่อพายุก็จะมีความเกี่ยวข้องกับ “โซน” ที่มันเกิด

พายุจะเริ่มก่อตัวจากหย่อมความกดอากาศต่ำ การตั้งชื่อหย่อมความกดอากาศต่ำจะใช้ตัวเลขผสมตัวอักษาห้อยท้าย โดยทาง WMO กำหนดให้มีอักษรห้อยท้ายเพื่อบอกโซนของมหาสมุทรที่เป็นแหล่งเกิด

A – ทะเลอาราเบียน
B – อ่าวเบงกอล
C – โซนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิค
E – โซนตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิค
L – มหาสมุทรแอตแลนติก
P – ทางใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิค (135E – 120W)
S – มหาสมุทรอินเดียใต้เส้นศูนย์สูตร (20E – 135E)
W – โซนตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิค

ตัวอักษรห้อยท้ายของหย่อมความกดอากาศต่ำจะใช้คู่กับหมายเลขนำหน้า ตั้งแต่เลข 90 ไปจนถึง 99 เช่น หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวในทะเลจีนใต้ จะใช้ 90W หย่อมต่อไปก่อตัวที่อ่าวเบลกอล ก็จะใช้ 91B ไล่ไปเรื่อยๆ พอครบ 99 ก็จะวนมาใช้ 90 อีกครั้ง

แต่หากหย่อมวามกดอากาศต่ำนั้นๆ ทวีความแรงขึ้นมาเป็นพายุดีเปรสชัน WMO ก็จะกำหนดให้เรียกพายุดีเปรสชันเป็นตัวเลขลำกับเริ่มจาก 01 ไปเรื่อยๆและนับเริ่มต้นใหม่เมื่อขึ้นปีใหม่ ดังนั้น พายุดีเปรสชันลูกแรกของปี จะได้ชื่อเรียกว่า 01 ตามด้วยอักษรห้อยท้ายแยกตามโซนเหมือนหย่อมความกดอากาศต่ำ

แต่พายุดีเปรสชันจะนับตัวเลขแยกกันแต่ละโซน นั่นหมายถึงดีเปรสชัน (ตัวย่อ TD) ในอ่าวเบงกอลลูกแรกของปีจะได้ชื่อว่า 01B ขณะที่ดีเปรสชันลูกแรกของปีในแปซิฟิคตะวันออกก็จะได้ชื่อว่า o1E ต่างจากหย่อมความกดอากาศต่ำที่ใช้เลขนับต่อๆกันไปทั่วโลก

ทางอุตุญี่ปุ้นหรือ JMA จะไม่ตั้งชื่อเรียกพายุดีเปรสชัน (อุตุญี่ปุ่นสนใจเฉพาะพายุในโซน W เท่านั้น) ซึ่งหากมี 2 ลูกพร้อมกัน ทาง JMA จะเรียก TD a และ TD b

อุตุไทยก็ตามแบบ JMA คือไม่มีชื่อเรียกพายุดีเปรสชัน

เมื่อพายุดีเปรสชันทวีความเร็วลมขึ้นอีกจนถึงจุดหนึ่ง แล้วกลับเป็นดีเปรสชันตามเดิม หรืออาจแรงขึ้นไปเร่อยๆจนกลายเป็นพายุโซนร้อน ก็จะได้รับการเรียกชื่อตามตารางพายุที่ตั้งไว้ล่วงหน้าตามข้อตกลง และชื่อนี้จะใช้ต่อไปเรื่อยๆ แม้พายุลูกนั้นแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น เฮอริเคน หรือไซโคลน

เราจะเรียกพายุวา่ไต้ฝุ่น เฮอริเคน หรือไซโคลน ก็แยกตามโซนเช่นเดียวกัน

พายุในโซน W จะกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น

พายุในโซน E โซน C และโซน L จะเรียกว่าเฮอริเคน

พายุในโซนอื่นๆ เช่นโซน A โซน B เรียกไซโคลน (มีแยกย่อยอีกเป็นวิลลี วิลลี แต่ไม่นิยมใช้)

ตารางชื่อพายุ

ตารางชื่อพายุจะมีการตกลงกันล่วงหน้า โดยตารางชื่อพายุของ WMO จะแยกตามโซน ส่วนบางประเทศเช่นฟิลิปปินส์จะใช้ตารางชื่อพายุ 2 ตารางคือมีตารางของตัวเองด้วย เช่นอุตุนิยมฟิลิปปินส์หรือ PAGASA ส่วนอุตุญี่ปุ่นหรือ JMA จะไม่เรียกชื่อพายุไต้ฝุ่นตาม WMO แต่จะเรียกเป็นตัวเลข เช่น ไต้ฝุ่นหมายเลขสิบหก เป็นต้น

เวลานักข่าวไปทำข่าวพายุในญี่ปุ่นหรือฟิลิปปินส์ต้องเข้าใจว่าคนที่นั่นไม่เรียกพายุตามชื่อสากล ยกตัวอย่างซุปเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ทางฟิลิปปินส์เรียกว่า โยลันดา ตามตารางของตัวเอง เวลาไปพูดไห่เยี่ยน คนที่นั่นบางคนจะไม่รู้จัก

ตารางชื่อพายุในโซนที่เกี่ยวกับไทย คือโซน W ตั้งโดยประเทศรอบๆนี้ 10 ประเทศ โดยแต่ละประเทศ จะส่งชื่อพายุในภาษาของตนมาให้ประเทศละ 10 ชื่อ รวมทั้งสิ้นได้ 140 ชื่อ ใช้เรียงๆกันไป พอหมด 140 ชื่อก็วนใหม่ เวลาผา่นไปหลายปีชื่อจะซ้ำไปเรื่อยๆ

ตารางชื่อพายุเฮอริเคนในโซน L โซน E และโซน C จะตั้งเป็นชื่อผู้ชายผู้หญิงสลับกัน คนตั้งชื่อคือ NHC โดยชื่อจะเรียกอักษร A-W เว้นอักษร Q และ U เมื่อมีพายุเกิดมากๆเกินอักษร W ก็ใช้ตารางสำรองเริ่มจาก A ใหม่ไปเรื่อยๆ

ตารางชื่อพายุในโซน B จะตั้งโดยอุตุนิยมอินเดียหรือ IMD ใช้ภาษาจาก 8 ประเทศๆละ 8 ชื่อรวม 64 ชื่อใช้เรียงกันไปหมดแล้ววนใหม่

การยกเลิกชื่อพายุ

ชื่อพายุอาจถูกยกเลิกเมื่อมีนัยสำคัญเช่นชื่อ หนุมาน ถูกยกเลิกเพราะเห็นว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์

แต่โดยทั่วไป ชื่อพายุจะถูกยกเลิกเมื่อทำลายชีวิตผู้คนทรัพย์สินจำนวนมาก ชื่อนั้นจะหายไปจากตารางไม่มีการนำกลับมาใช้อีก เวลาพูดถึงจะได้ไม่สับสนเช่น ไห่เยี่ยน แซนดี้ แคนทรีนา ทุเรียน นากีส ฯลฯ ซึ่งทำลายชีวิตผู้คนไปเป็นร้อยเป็นพันหรืออาจถึงมากถึงจำนวนแสนเช่นซุปเปอร์ไซโคลนนากีส