งานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสารจุลชีววิทยาธรรมชาติ (Nature Microbiology) พบว่า เมื่อ 50,000 ปีก่อน เชื้อมาลาเรียในโลกนี้ล้วนเป็นชนิดที่แพร่จจากลิงสู่ลิง โดยมี 3 ชนิดที่แพร่พันธุ์ในลิงชิมแปนซี และอีก 3 ชนิดที่แพร่เชื้อในกอริลลา แต่เมื่อ 3,000-4,000 ปีก่อน เชื้อนี้ก็เริ่มกลายพันธุ์จากการย้ายถิ่นฐานเข้าใกล้ป่าของมนุษย์ เชื้อเริ่มแพร่จากลิงสู่คน กลายเป็นสายพันธุ์พลาสโมเดียม ฟัลซิพารัม  (Plasmodium falciparum) ที่ต่อมาก็กลายพันธุ์จนสามารถแพร่พันธุ์จากคนสู่คนโดยแพร่ผ่านยุงก้นปล่องเพศเมีย

ศาสตราจารย์แจเน็ต เฮมิงเวย์ ผู้อำนวยการสถาบันแพทยศาสตร์เขตร้อนลิเวอร์พูล (Liverpool School of Tropical Medicine) กล่าวว่า การค้นพบครั้งนี้สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เห็นภาพว่าโรคร้ายดังกล่าวก้าวข้ามกำแพงแห่งสายพันธุ์มาเป็นโรคร้ายแรงถึงขั้นทำให้มนุษย์เสียชีวิตได้อย่างไร เพื่อจะป้องกันหรือหลีกเลี่ยงรูปแบบที่จะทำให้เกิดปรากฏการณ์อย่างเดียวกันในอนาคตในเชื้อตัวอื่น

องค์การอนามัยโลกรายงานว่า แต่ละปีมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียกว่า 200 ล้านคน คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกเกือบครึ่งล้านในปี ค.ศ. 2016 ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ

ในไทยการแพร่ของเชื้อนี้ลดลงไปมากในปีหลังๆ อย่างไรก็ตามหากเข้าไปในพื้นที่เสียง อย่าลืมทายากันยุง (ไม่แนะนำให้กินยาป้องกัน)

เรียบเรียงโดย @MrVop