แนวคิดที่คล้ายกันโดยบังเอิญจากนักฟิสิกส์หลายราย กับการเดินทางในอวกาศในความเร็วสูงโดยการใช้แสงเป็นพลังงานผลักดัน

sailing-through-space

การเดินทางไปสู่ระบบดาวอื่นเป็นความฝันของมนุษย์ที่ปรากฏในนิยายวิทยาศาสตร์หลายต่อหลายเรื่อง โดยเทคโนโลยีที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ทำสิ่งนั้นไม่ได้ พูดง่ายๆว่าด้วยจรวดขับดันธรรมดา เราจะใช้เวลาเดินทางไปถึงระบบดาวฤกษ์ที่อยู่ใกล้เราที่สุดต้องใช้เวลาราว 72,000 ปี

มีแนวคิดที่คล้ายกันโดยบังเอิญ (หรือเปล่า) ระหว่างสตีเฟน ฮอว์กิ้ง ในโครงการ “สตาร์ช็อต” Starshot ที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 59 ที่ผ่านมา ว่าจะส่งยานอวกาศไร้คนขับขนาดจิ๋วที่มีใบเรือและใช้แสงเป็นแรงขับดัน โดยวิธีนี้ฮอว์กิ้งคาดว่าเราจะเดินทางไปถึงระบบอัลฟาเซ็นทอรีที่อยู่ใกล้เราที่สุดโดยใช้เวลาเพียง 20 ปี

และเมื่อทศวรรษ 60 คู่แฝดนักฟิสิกส์ เจมส์และแกรกอรี เบนฟอร์ด ก็ได้ออกแบบยานอวกาศที่ “กางใบรับแสง” ในแนวทางเดียวกันนี้เป๊ะตั้งแต่สองคนนี้ยังเป็นวัยรุ่น ทุกวันนี้แกรกอรีใช้ชีวิตเป็นศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์อยู่ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ส่วนเจมส์กลายเป็นนักฟิสิกส์เปิดบรืษัทชองตัวเองออกแบบเครื่องสร้างไมโครเวฟพลังงานสูงให้ นาซา โบอิ้ง JPL และล็อคฮีดมาติน

ล่าสุดนาซาสนใจจะนำแนวคิดของสองพี่น้องเบนฟอร์ดมาสร้างและทดลองยานอวกาศ โดยกำลังหาเส้นทางที่เป็นไปได้ที่สุดในการทดสอบวัสดุน้ำหนักเบาแต่แข็งแรงเพื่อมาสร้างใบเรือที่มีหน้าที่รับแสงที่อาจเป็นแสงเลเซอร์ยิงผ่านเลนส์ตามแนวคิดดั้งเดิมของตระกูลเบนฟอร์ดตามภาพบน หรืออาจของราคาถูกกว่าอย่าคลื่นไมโครเวฟที่บริษัทของเจมส์ เบนฟอร์ดเองที่ค้นคว้าเรื่องนี้อยู่ โดยตามโมเดลแรกๆก็ประมาณกันไว้ว่ายานอวกาศแนวนี้จะเดินทางผ่านดาวพลูโตโดยใช้เวลาเพียง 1 ปีด้วยต้นทุนเพียง 40 ล้านเหรียญ ประหยัดกว่าที่ยานนิวฮอไรซันใช้ในการเดินทางผ่านดาวพลูโตด้วยเวลา 9 ปีครึ่งด้วยทุน 700 ล้านเหรียญอยู่หลายเท่า

ระยะแรกอาจใช้แนวคิด “กางใบรับแสง” นี้ในการสำรวจระบบสุริยะของเราก่อน หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดีการเดินทางระหว่างดวงอาวก็คงเป็นความหวังที่อยู่ไม่ไกล

อ้างอิง http://discovermagazine.com/2016/june/14-riding-on-a-beam-of-light
เรียบเรียงโดย @MrVop