Kevin Mitnick เป็น Hacker ที่โด่งดังในเรื่องการใช้เทคนิค Social Engineer คือการใช้จิตวิทยาหลอกล่อให้คนในองค์กรหลงกลเพื่อประโยชน์ในการ Hack ข้อมูล

เริ่มต้นมีแววตั้งแต่ตอนอายุ 12 ปี ไปหลอกถามคนขับรถเมล์ว่าจะซื้อเครื่องเจาะตั๋วรถเมล์ได้ที่ไหน อยากได้เอามา “ทำการบ้าน” ที่ครูสั่ง คนขับบอกให้ไปค้นแถวๆถังขยะใกล้ๆอู่รถเมล์ อีตานี่ก็ไปหามาจนได้ จากนั้นก็ปั้มบัตรรถเมล์เองทำให้สามารถขึ้นรถเมล์ฟรีอยู่พักนึง

พออายุ 16 ก็เริ่มวิชาแก่กล้า Hack เข้าระบบของ DEC รอบนี้ใช้การ Hack ผ่านสายโทรศัพท์ ขโมย source code ออกไปได้ แล้วก็โดนจับ ถูกตัดสินจำคุกไป 12 เดือน และควบคุมประพฤติอีก 3 ปี หลังจากติดคุกไปและอยู่ระหว่างควบคุมประพฤติ ก็อดไม่ได้ Hack เข้าระบบของ Pacific Bell อีก จนถูกประกาศจับ รอบนี้ Kevin ตัดสินใจหนีคดี ในระหว่างที่หนีคดีก็สร้างคดี Hack ประวัติศาสตร์ด้วยการขโมย source code ของโทรศัพท์ Motorola MicroTAC ซึ่งในขณะนั้น (ปี 1992) โทรศัพท์รุ่นนี้คือรุ่นที่ดีที่สุดในตลาด (iPhone XS Pro of the 1990)

เป็นธรรมดาของ Geek ที่ชอบโทรศัพท์รุ่นล่าสุด และเนื่องจากกำลังหนีคดี ก็กลัวว่าตำรวจจะใช้ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของตัวเองเพื่อหาตำแหน่งจากเสาส่งสัญญาณ cellular ก็เลยตัดสินใจว่าต้อง Hack โทรศัพท์ไม่ให้ตำรวจจับ location ได้ โดยการเปลี่ยน ESN (Eelectronic Serial Number) และ MIN (Mobile Identification Number) ของโทรศัพท์

Kevin ตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่น่าจะมีใครคิดจะทำ คือ Hack เอา source code ของโทรศัพท์รุ่นโปรดนี้มาให้ได้ เพื่อจะได้มาเปลี่ยน firmware ของโทรศัพท์ กรณีเป็นการ Hack โดยใช้เทคนิค Social Engineering ที่ใหญ่ที่สุดคดีหนึ่ง

เริ่มจากโทรไป 1-800 หาเบอร์โทรศัพท์ของอออฟิศ Monotrola แล้วก็โทรเข้าไป เจอ operator รับโทรศัพท์ ก็ถามหาว่าอยากจะพูดกับ Project Manager ของ Motorola MicroTAC หลังจากการโอนสายไปมาในแผนกต่างๆของ Motorola ราวๆ 8 ครั้ง ก็ได้พูดกับ Vice President ที่รับผิดชอบแผนกโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งหมดของ Motorola และ VP ก็บอกข้อมูลว่าคนรับผิดชอบในฐานะ Project Manager ของ MicroTAC คือผู้หญิงชื่อ Pam แล้วก็ให้เบอร์ภายในมา Kevin ก็ต่อสายไปเบอร์นั้น พบ voice mail แจ้งว่า Pam กำลังพักร้อน ตอนนี้อยู่ที่ชายหาดไหนซักแห่งในโลก ถ้ามีธุระด่วนให้ติดต่อ Aleesha เบอร์….

Kevin โทรไปที่เบอร์ของ Aleesha ทันที เนื่องจากมีข้อมูลมากมายจากการโอนสายพูดไปมาใน Motorola ก็เลยพูดได้ไหลลื่น บอก Aleesha ว่า ก่อนที่ Pam จะไปพักร้อน เธอบอกจะส่ง source code มาให้ที่แผนกโน่นนี่ แต่สงสัยว่า Pam จะลืม Aleesha ช่วยส่งให้หน่อยได้มั้ย…ด้วยความที่เป็นเลขาที่ดี Aleesha ก็ถามทันทีว่า ต้องใช้เวอร์ชั่นไหน อีตา Kevin ก็ไม่รู้หรอกว่ามันมีกี่เวอร์ชั่น “เอาเวอร์ชั่นล่าสุดสิจ๊ะคนสวย”….หายไป 5 นาที เธอก็บอกว่า เจอแล้ว แต่มันมีราวๆร้อย directory และใน directory มีไฟล์เป็นร้อยๆ ทำไงส่งอ่ะ

ตอนนี้ก็ถึงคราวที่ Kevin ต้องสอน เลขา Aleesha ให้ใช้คำสั่ง Tar กับ Gzip บีบอัด source code ทั้งหมดเป็นไฟล์เดียวด้วยความอยากเอาใจนาย ว่าเป็นเลขาที่ยอดเยี่ยม Aleesha ก็ตั้งใจเรียน พิมพ์ตามที่อีตา Kevin สอน จนได้ไฟล์ที่ต้องการขนาดราวๆ 5 MB ทีนี้ก็มาถึงตอนจะส่งออกไปให้ Kevin ก็เลยบอกว่าใช้ FTP เป็นมั้ย โชคดี เธอใช้ FTP เป็นซะด้วย แต่พอส่งพบว่า Fail แล้วก็ไปตาม Security Manager มาช่วยดู ตอนนี้ Kevin ก็เหงื่อตกละครับ ซวยแน่

หายไปพักใหญ่ … ช่วงนี้ Kevin เล่าว่า เริ่มคิดแล้วว่ากรูพูดไรไปบ้าง ตำรวจจะใช้เป็นหลักฐานอะไรได้บ้าง รอบนี้คงติดคุยยาว… เหงื่อไหลท่วมตัว และในที่สุด Aleesha ก็กลับมาพูดสาย บอกว่า IP ที่ให้มามันส่งไม่ได้หรอก มันเป็น IP นอกองค์กรของ Motorola… ถึงตอนนี้ Kevin ก็คิดว่าคง fail แน่นอน…แต่ Aleesha พูดต่อว่า “แต่ไม่มีปัญหา ชั้นได้ username กับ password ของ security manager มา เดี๋ยวจะอัพโหลดขึ้น proxy server ให้”

และนั้นก็คือกรณี Hack ด้วย Social Engineering (ใช้จิตวิทยาล่อลวง) เคสที่ใหญ่ที่สุดเคสหนึ่งของโลก Kevin เอา source code มา Analyse และแก้ไขสำเร็จ แถมบุกเข้าไปแก้ source code ใน Motorola อีกด้วย การ Hack นี้ทำให้ Kevin หนีตำรวจต่อไปได้อีก 2 ปี แต่ในที่สุดก็ถูกจับได้ในปี 1995 ติดคุกไปอีก 2 ปีครึ่ง…